29 กันยายน 2569 — กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าส่งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 (สงขลา) ได้สนธิกำลังพล ยานพาหนะ และรถครัวสนามเคลื่อนที่ ลงพื้นที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร และอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เพื่อตั้งจุดประกอบเลี้ยงอาหารปรุงสุก สะอาด ถูกสุขอนามัย แจกจ่ายให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตามนโยบายสำคัญของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด
.
นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) เปิดเผยว่า การปฏิบัติการในพื้นที่เขตลาดกระบังเป็นการระดมกำลังพลและทรัพยากรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในจุดวิกฤต โดย สบอ.9 ได้จัดชุดปฏิบัติการพร้อมรถครัวสนามเคลื่อนที่ ณ บริเวณปากซอยร่มเกล้า 33 เพื่อแจกจ่ายอาหารสดใหม่ให้แก่ผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ภาคสนามอย่างทันท่วงที
.
ขณะที่ นายสัจรินทร์ ศรีเสน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 (สงขลา) กล่าวเสริมว่า การนำกำลังพล 13 นาย พร้อมรถครัวสนามเดินทางข้ามภูมิภาคจากภาคใต้สู่พื้นที่ตำบลพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ในครั้งนี้ เป็นไปตามแนวทางการบูรณาการยุทโธปกรณ์ข้ามเขตพื้นที่ โดยมอบหมายให้ นายประสิทธิ์ สถิรวณิชย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง เป็นหัวหน้าชุดควบคุมกำลังพลเพื่อบริหารจัดการการแจกจ่ายอาหารให้ทั่วถึงทุกชุมชน
สำหรับพื้นที่เขตลาดกระบังและอำเภอพนัสนิคม ถือเป็นพื้นที่รองรับน้ำสำคัญที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขังอย่างหนัก ส่งผลให้การสัญจรและการดำรงชีวิตของประชาชนเป็นไปด้วยความยากลำบาก การสนับสนุนรถครัวสนามเคลื่อนที่ในทั้งสองพื้นที่ ซึ่งมีศักยภาพในการประกอบอาหารปรุงสุกใหม่รวมกันหลายพันชุดต่อวัน จึงเป็นกลไกสำคัญในการเสริมกำลังการประกอบเลี้ยง ลดภาระการจัดหาเสบียง และช่วยให้การกระจายความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม
ในระยะต่อไป กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะยังคงตั้งจุดประกอบเลี้ยงอาหารอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลำเลียงเสบียงอาหารเข้าไปยังชุมชนที่เข้าถึงยากลำบาก นอกจากนี้ ได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยพร้อมที่จะพิจารณาขยายระยะเวลาปฏิบัติงาน ตลอดจนสนับสนุนกำลังพล รถบรรทุกยกสูง และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยเพิ่มเติม จนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลายและประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
ข่าว : อัจจิมา
