• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

“ดอยอินทนนท์” เดินหน้าสู่การเป็นอุทยานมรดกอาเซียน ACB ประเมินศักยภาพ ชูความโดดเด่นความหลากหลายทางชีวภาพ–ระบบนิเวศ–วิถีชุมชน

ระหว่างวันที่ 23–25 กันยายน 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับคณะผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (ASEAN Centre for Biodiversity: ACB) ในการตรวจประเมินพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประกอบการเสนอชื่อเป็นอุทยานมรดกอาเซียน (ASEAN Heritage Park: AHP) ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการเสนอพื้นที่ดังกล่าว เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569

การตรวจประเมินครอบคลุมข้อมูลสำคัญตามหลักเกณฑ์อุทยานมรดกอาเซียน ทั้งด้านคุณค่าความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศและถิ่นที่อยู่อาศัย การบริหารจัดการพื้นที่ การวิจัยและติดตามทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การป้องกันและควบคุมไฟป่า ตลอดจนการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่าย โดยคณะผู้ประเมินได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ตรวจสอบการดำเนินงานจริง พร้อมประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลและให้ข้อเสนอแนะเพื่อเตรียมความพร้อมในขั้นตอนการเสนอชื่อในระดับอาเซียนต่อไป
คณะผู้เชี่ยวชาญชื่นชมความร่วมมือชุมชน–ผืนป่า และระบบควบคุมไฟป่า

จากการลงพื้นที่และแลกเปลี่ยนข้อมูล คณะผู้เชี่ยวชาญจาก ACB ได้แสดงความประทับใจต่อความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างชุมชนกับผืนป่า ตลอดจนประสิทธิภาพและความพร้อมของระบบควบคุมไฟป่า ซึ่งสะท้อนถึงการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ ชุมชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่

คณะทำงานยังให้ความสำคัญกับการสร้างความสุขและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างโปร่งใส โดยมองว่าแนวทางการดำเนินงานของดอยอินทนนท์มีศักยภาพที่จะนำไปเป็นแนวทางต้นแบบให้แก่อุทยานแห่งชาติอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียนได้เข้ามาศึกษาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ขณะเดียวกัน คณะผู้เชี่ยวชาญมีข้อเสนอแนะให้พัฒนาฐานข้อมูลพรรณไม้และสัตว์ป่าให้มีความทันสมัย เป็นระบบ และเชื่อมโยงในรูปแบบดิจิทัลมากยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนการวิจัย การติดตามสถานภาพทรัพยากรธรรมชาติ และยกระดับมาตรฐานการจัดการข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพในอนาคต

โดยภาพรวม การประเมินเป็นไปในทิศทางที่เป็นบวก และมีความคาดหวังว่าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์จะได้รับข่าวดีจากกระบวนการพิจารณา และมีโอกาสได้รับการประกาศรับรองเป็นอุทยานมรดกอาเซียนอย่างเป็นทางการภายในปี พ.ศ. 2570

ดอยอินทนนท์ : พื้นที่อนุรักษ์ที่มีคุณค่าในระดับภูมิภาค

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์มีความโดดเด่นด้านระบบนิเวศภูเขาสูง ครอบคลุมระดับความสูงตั้งแต่ประมาณ 300–2,565 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง มีระบบนิเวศป่ามากกว่า 10 ประเภท รวมถึงระบบนิเวศป่าเมฆที่มีความเฉพาะและหาได้ยากในภูมิภาค โดยมีพื้นที่ปกคลุมด้วยป่ามากกว่าร้อยละ 89 และกำหนดเขตธรรมชาติห้ามและเขตรักษาสภาพดั้งเดิมรวมมากกว่าร้อยละ 73 เพื่อการอนุรักษ์และคุ้มครองชนิดพันธุ์และถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตอย่างเข้มงวด

ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ดอยอินทนนท์เป็นแหล่งรวมสิ่งมีชีวิตมากกว่า 1,400 ชนิด มีความเชื่อมโยงทางชีวภูมิศาสตร์กับเทือกเขาหิมาลัย พบพืชชนิดใหม่ของโลกและพืชเฉพาะถิ่นหลายชนิด ตลอดจนเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ เช่น กวางผาและเลียงผา นอกจากนี้ยังมีเอกลักษณ์สำคัญจากการเป็นที่ตั้งของยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งมีความสูง 2,565 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย

ต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำปิง – คุณค่าต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

ดอยอินทนนท์ยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศและการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำปิง ผลิตน้ำมากกว่า 540 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หล่อเลี้ยงชุมชนใน 7 ตำบล 4 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ รวมกว่า 35 หมู่บ้าน และมีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนประมาณ 13.42 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

การบริหารจัดการพื้นที่ดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และมีแผนบริหารจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566–2570 โดยมีคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติ (PAC) ร่วมให้ข้อคิดเห็นและสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่

ธรรมชาติและวิถีชุมชนอยู่ร่วมกัน

นอกจากคุณค่าด้านธรรมชาติแล้ว ดอยอินทนนท์ยังมีความเชื่อมโยงระหว่างระบบนิเวศกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชน โดยมีชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอและม้งที่ดำรงวิถีชีวิตและสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงมีส่วนร่วมในการเป็นผู้นำเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งสะท้อนแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ที่ให้ความสำคัญทั้งต่อการอนุรักษ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน

การผลักดันดอยอินทนนท์สู่การเป็นอุทยานมรดกอาเซียน จึงไม่เพียงเป็นการยกระดับพื้นที่อนุรักษ์ของประเทศไทยสู่เวทีระดับภูมิภาค แต่ยังเป็นการสะท้อนแนวทางการบริหารจัดการที่เชื่อมโยง “ธรรมชาติ ชุมชน และการอนุรักษ์” เข้าด้วยกัน เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน และความยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียนต่อไป

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด