• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานฯ เดินหน้าดัน “ดอยอินทนนท์” สู่ “อุทยานมรดกอาเซียน” รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ ACB ชูความพร้อมด้านชีวภาพและการจัดการยั่งยืน

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เปิดการประเมินพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เพื่อพิจารณายกระดับขึ้นเป็น “อุทยานมรดกอาเซียน” (ASEAN Heritage Parks : AHP) โดยมี นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เป็นประธานในพิธีเปิด ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ การประเมินในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสำรวจศักยภาพและความพร้อมของพื้นที่ตามเกณฑ์มาตรฐานสากล โดยได้รับเกียรติจากคณะผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (ASEAN Centre for Biodiversity : ACB) พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานฯ มูลนิธิไทยรักษ์ป่า ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานราชการและภาคประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กล่าวว่า “อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ไม่ได้เป็นเพียงยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย แต่ยังเป็นศูนย์รวมของระบบนิเวศป่าเมฆที่สมบูรณ์และหาได้ยากยิ่ง การเข้ารับการประเมินเพื่อเสนอชื่อเป็นอุทยานมรดกอาเซียนในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่จะแสดงให้ประชาคมอาเซียนได้เห็นถึงความพร้อม ทั้งในมิติของความหลากหลายทางชีวภาพอันเป็นเอกลักษณ์ การบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ และที่สำคัญที่สุดคือความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่นในการปกป้องผืนป่าแห่งนี้อย่างยั่งยืน”

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีเนื้อที่ครอบคลุมกว่า 482 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารสำคัญ และเป็นถิ่นอาศัยของพืชพรรณและสัตว์ป่าหายากหลากหลายชนิด โดยเฉพาะพืชกึ่งอัลไพน์ สัตว์ป่าสงวน และนกสายพันธุ์ต่างๆ กว่า 500 ชนิด การประเมินของคณะผู้เชี่ยวชาญในครั้งนี้มุ่งเน้นการพิจารณาใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ความสำคัญด้านอนุรักษ์และความหลากหลายทางชีวภาพ ความเป็นธรรมชาติและคุณค่าทางระบบนิเวศวิทยา การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในพื้นที่ หากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้รับการรับรองให้เป็นอุทยานมรดกอาเซียน จะกลายเป็นอุทยานมรดกอาเซียนลำดับที่ 11 ของประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะช่วยยกระดับมาตรฐานการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นไปตามเกณฑ์สากลแล้ว ยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างรายได้สู่ชุมชนรอบผืนป่า และสร้างความตระหนักรู้ในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยขั้นตอนหลังจากนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญ ACB จะรวบรวมผลการประเมินพื้นที่และข้อเสนอแนะ นำเสนอต่อที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุธด้านสิ่งแวดล้อมอาเซียนเพื่อพิจารณาอนุมัติอย่างเป็นทางการต่อไป.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด