• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

จับผู้บุกรุกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กรมหลวงชุมพรฯ อำเภอบางสะพานน้อย ยึดพื้นที่ป่าไม้กว่า 30 ไร่

เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) สนธิกำลังออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับป่าไม้ นำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ป่าบริเวณป่าแพรกงาช้าง ตำบลไชยราช อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 หลังตรวจพบการลักลอบฉีดยาฆ่าหญ้าและปรับสภาพพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตร โดยสามารถควบคุมตัวผู้กระทำผิดได้ 1 ราย พร้อมของกลางอุปกรณ์กระทำผิดหลายรายการ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
.
การลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้ สืบเนื่องจากการปฏิบัติงานลาดตระเวนเชิงรับและเชิงรุกในเขตป่าอนุรักษ์ คณะเจ้าหน้าที่พบกลุ่มบุคคลกำลังปรับสภาพพื้นที่และเตรียมแปลงปลูกพืช เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตน กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้พยายามหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามควบคุมตัวผู้กระทำผิดไว้ได้ 1 ราย จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ พบการปลูกพืชเกษตรผสมผสาน ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน จำปาดะ และกาแฟ รวมกว่า 600 ต้น รวมเนื้อที่บุกรุกเสียหายทั้งสิ้น 30 ไร่ 2 งาน 92 ตารางวา พร้อมตรวจยึดของกลางประกอบด้วย ยานพาหนะ ถังฉีดยาพร้อมอุปกรณ์ และสารเคมีจำนวนหนึ่ง
.
นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า “กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีนโยบายเข้มงวดกวดขันและปกป้องผืนป่าอนุรักษ์อย่างจริงจัง การบุกรุกทำลายป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาตินับเป็นความผิดร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สำหรับกรณีนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ประสานพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างรอบคอบและเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้นใดๆ ทั้งสิ้น”

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484, พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในฐานความผิดร่วมกันยึดถือครอบครอง แผ้วถาง ก่อสร้าง หรือกระทำด้วยประการใดให้เป็นอันตรายและเสื่อมสภาพแก่ทรัพยากรธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบางสะพานน้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
.
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะวางแผนฟื้นฟูสภาพป่าที่ได้รับความเสียหายให้กลับคืนความสมบูรณ์ดังเดิม พร้อมทั้งดำเนินกระบวนการตามกฎหมายเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของชาติต่อไป

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด