• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ชาวใต้เฮ! “รมว.สุชาติ” เซ็นปลดล็อก “นกกรงหัวจุก” หลังรอคอยมานาน มอบเป็นของขวัญ ครม.สัญจร สร้างสมดุล “คนอยู่ได้ ธรรมชาติอยู่ได้”

31 สิงหาคม 2569 – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของพี่น้องชาวใต้ หลังตนได้ลงนามในกฎกระทรวงเพื่อปลดล็อก “นกปรอดหัวโขน” หรือนกกรงหัวจุก ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์นกในพื้นที่ภาคใต้รอคอยมาเป็นเวลานาน โดยตั้งใจให้การลงนามในครั้งนี้เป็นของขวัญจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่พี่น้องชาวใต้ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

นายสุชาติ กล่าวว่า การปรับสถานะทางกฎหมายของนกกรงหัวจุกเป็นการปรับแนวทางให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มีประชาชนผูกพันกับการเลี้ยงและเพาะพันธุ์นกมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ การปลดล็อกจะช่วยให้กิจกรรมการเลี้ยงและเพาะพันธุ์สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีโอกาสต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชน

“ชาวใต้รอเรื่องนี้มานาน วันนี้ผมได้ลงนามปลดล็อกนกกรงหัวจุก ถือเป็นของขวัญให้พี่น้องชาวใต้ แต่ขอย้ำว่า ปลดล็อกไม่ได้หมายความว่าเปิดให้จับนกจากธรรมชาติ เรายังคงต้องป้องกันและปราบปรามการล่านกป่าอย่างจริงจัง เพื่อรักษาประชากรนกในธรรมชาติไว้ให้ได้” นายสุชาติ กล่าว

รมว.ทส. กล่าวว่า หลังจากนี้จะส่งเสริมการเพาะเลี้ยงนกอย่างถูกต้องและเป็นระบบ เพื่อเพิ่มจำนวนนกจากการเพาะเลี้ยง ลดแรงกดดันต่อประชากรนกในธรรมชาติ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์ ขณะเดียวกันจะพัฒนาระบบฐานข้อมูลและเครื่องหมายประจำตัวนก เพื่อให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาและกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์นกในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

นายสุชาติ ย้ำว่า การปลดล็อกครั้งนี้ต้องเดินควบคู่กับการอนุรักษ์ หากในอนาคตพบว่าประชากรนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถทบทวนมาตรการและดำเนินการเพื่อเพิ่มการคุ้มครองได้ ดังนั้น เป้าหมายสำคัญคือการสร้างสมดุลให้ “คนอยู่ได้ ธรรมชาติอยู่ได้” และให้เศรษฐกิจชุมชนสามารถเติบโตไปพร้อมกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
.
ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้จัดประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติหลังการปรับสถานะทางกฎหมายของนกปรอดหัวโขน ณ จังหวัดสงขลา เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการควบคุม การเพาะเลี้ยง การจัดทำฐานข้อมูล และมาตรการป้องกันการจับนกจากธรรมชาติ รวมถึงการป้องกันการปล่อยนกเลี้ยงคืนสู่ธรรมชาติที่อาจกระทบต่อประชากรนกสายพันธุ์ดั้งเดิม โดยมี นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วย นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์สัตว์ป่า และนายสัจรินทร์ ศรีเสน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 (สงขลา) เข้าร่วมการประชุม

.
ด้าน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การดำเนินงานของกระทรวงฯ มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชน โดยเน้นการทำงานร่วมกับหน่วยงานและภาคีเครือข่าย เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเป็นไปอย่างถูกต้องและยั่งยืน
.
ขณะที่ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า กรมอุทยานฯ ได้เตรียมมาตรการรองรับการปลดล็อกนกกรงหัวจุกอย่างรอบคอบ โดยจะให้ความสำคัญกับการป้องกันการจับนกจากธรรมชาติ การควบคุมการเพาะเลี้ยง และการติดตามสถานการณ์ประชากรนกในธรรมชาติ พร้อมจัดทำเครื่องหมายและฐานข้อมูลเพื่อให้สามารถตรวจสอบและกำกับดูแลได้อย่างเป็นระบบ
.
นอกจากการปลดล็อกนกกรงหัวจุกแล้ว รมว.สุชาติ ยังได้มอบหนังสือแสดงที่อยู่อาศัยหรือทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ (อส.12) ให้แก่ประชาชนในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ลดข้อพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชน และเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาผืนป่า
.
สำหรับพื้นที่รับผิดชอบของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 (สงขลา) ครอบคลุมจังหวัดสงขลา พัทลุง ตรัง และสตูล กรมอุทยานฯ ได้ดำเนินการสำรวจและบริหารจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์แล้ว 401 หมู่บ้าน 37,585 ราย เนื้อที่กว่า 358,481 ไร่ โดยจะเร่งเดินหน้าตรวจรับรองสิทธิที่ดินทำกินในพื้นที่อื่น ๆ ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพและการพัฒนาชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคง สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ และนำไปสู่เป้าหมาย “คนอยู่ได้ ชุมชนเข้มแข็ง ธรรมชาติอยู่รอด” อย่างยั่งยืน

 

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : พชร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด