ตามที่มีการเผยแพร่และแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีการเสียชีวิตของนายศักดิ์กรินทร์ วิชาจารย์ โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับลักษณะร่องรอยและพฤติกรรมของสัตว์ป่า รวมถึงข้อสันนิษฐานว่า นายศักดิ์กรินทร์อาจไม่ได้ถูกสัตว์ป่าทำร้ายนั้น
หน่วยงานขอชี้แจงข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
จากการตรวจสอบและประเมินโดยทีมนักวิจัยเสือโคร่ง พบว่า ลักษณะรอยที่ตรวจพบสอดคล้องกับร่องรอยที่เกิดจากพฤติกรรมการลากเหยื่อของเสือโคร่งไปตามพื้นดิน
ดังนั้น ร่องรอยดังกล่าวจึงมีลักษณะที่สามารถอธิบายได้ตามพฤติกรรมของเสือโคร่ง มิใช่ข้อบ่งชี้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่า
มีข้อสงสัยว่า หากเป็นการถูกเสือโคร่งทำร้าย เหตุใดจึงไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือหยดเลือดบริเวณที่นายศักดิ์กรินทร์นอน รวมถึงบริเวณที่พบร่าง
ในประเด็นนี้ ข้อมูลจากนักวิจัยเสือโคร่งระบุว่า โดยทั่วไปการล่าเหยื่อของเสือโคร่งจะใช้วิธีซุ่มรอและกระโจนเข้าหาเหยื่อ เพื่อทำให้เหยื่อล้มลง จึงอาจพบร่องรอยการต่อสู้ระหว่างเสือโคร่งกับเหยื่อได้
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของเสือโคร่งไม่ได้มีเฉพาะการล่าเหยื่อในลักษณะดังกล่าวเท่านั้น แต่ยังมีพฤติกรรม การขโมยซากหรือขโมยเหยื่อที่มีขนาดกลางหรือขนาดเล็ก ซึ่งมักเป็นการงับหรือคาบแล้วลากหรือเคลื่อนย้ายออกจากบริเวณอย่างรวดเร็ว
สำหรับกรณีของนายศักดิ์กรินทร์ ลักษณะร่องรอยที่ตรวจพบ มีความสอดคล้องกับความเป็นไปได้ในลักษณะดังกล่าว โดยมีข้อสันนิษฐานว่า หากผู้เสียชีวิตอยู่ในภาวะหลับลึกและไม่รู้สึกตัวในขณะที่เสือโคร่งเข้าถึงตัว ก็อาจไม่เกิดการต่อสู้ และจึงไม่จำเป็นต้องพบร่องรอยเลือดหรือร่องรอยการต่อสู้บริเวณที่นอน
ประเด็นดังกล่าวสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์และเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อมูลสำคัญ ดังนี้
– ผลการชันสูตรโดยแพทย์ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ระบุสาเหตุการเสียชีวิต ได้แก่ CERVICAL SPINE FRACTURE และ ANIMAL BITE
– ผลการชันสูตรพลิกศพโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรลานสัก ระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากสัตว์ป่าทำร้าย
– ใบมรณบัตรของนายศักดิ์กรินทร์ วิชาจารย์ ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า กระดูกสันหลังส่วนคอหักจากสัตว์ทำร้าย
จากข้อมูลข้างต้น จึงขอให้ประชาชนพิจารณาข้อมูลโดยอาศัยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับพฤติกรรมของเสือโคร่งประกอบกัน
หน่วยงานขอยืนยันว่า การชี้แจงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยยึดข้อมูลจากหลักฐานและผลการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ.
ข่าว : น้ำเพชร
ภาพ : กองอนุรักษ์สัตว์ป่า
