• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อุทยานแห่งชาติสาละวิน สนธิกำลังทหารพราน-ผู้นำชุมชนไทย-เมียนมา ยึดไม้สักลอยน้ำ 18 ท่อน กลางแม่น้ำสาละวิน

วันที่ 2 สิงหาคม 2569 อุทยานแห่งชาติสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับกองร้อยทหารพรานที่ 3602 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 และผู้นำชุมชนบ้านท่าตาฝั่ง ออกลาดตระเวนตามแนวแม่น้ำสาละวินเมื่อเวลา 14.00 น. ตรวจพบไม้สักท่อนจำนวน 18 ท่อน ผูกเป็นแพลอยน้ำติดอยู่บริเวณโขดหินกลางลำน้ำ ในเขตระหว่างบ้านท่าตาฝั่งและห้วยแม่ปอ (หย่อมบ้านแม่แวน) จึงได้เข้าตรวจสอบและตรวจยึดเป็นของกลางทันที

การลาดตระเวนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งดำเนินการเป็นประจำโดยบูรณาการกำลังพลจากหลายหน่วยงาน จุดที่พบไม้ของกลางอยู่ในเขตระหว่างบ้านท่าตาฝั่งและห้วยแม่ปอ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถตรวจวัดปริมาตรไม้ได้ในเบื้องต้น เนื่องจากต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างละเอียดรอบคอบ

ภายหลังตรวจพบ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ประสานงานร่วมกับหน่วยป้องกันและรักษาป่าไม้ (KNU) ประจำบ้านดาข่วย อำเภอบรือโซะ จังหวัดผาปูน ประเทศเมียนมา เพื่อร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนเคลื่อนย้ายไม้ของกลางทั้งหมดมาเก็บรักษาไว้ ณ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติสาละวินที่ สว.1 (ท่าตาฝั่ง) เพื่อตรวจวัดปริมาตรอย่างละเอียด และขยายผลสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยจะพิจารณาโทษตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 อย่างเคร่งครัด

นายชาญชัย ประยงค์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง เปิดเผยว่า การตรวจยึดไม้สักลอยน้ำครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันดีระหว่างหน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และภาคีเครือข่ายชายแดนทั้งฝั่งไทยและเมียนมา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสกัดกั้นขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าตามแนวชายแดน พร้อมยืนยันว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะยังคงเดินหน้าเข้มงวดตรวจตราพื้นที่ตลอดแนวแม่น้ำสาละวินอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

ด้านนายลิขิต ไหวพรม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสาละวิน กล่าวเสริมว่า เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการตรวจวัดปริมาตรไม้ของกลางโดยเร็วที่สุด ควบคู่ไปกับการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย และขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ สามารถแจ้งเบาะแสมายังอุทยานแห่งชาติสาละวินหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที

สำหรับขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจวัดปริมาตรไม้ของกลางอย่างเป็นทางการ รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสืบสวนหาผู้กระทำความผิด และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งจะยกระดับความเข้มข้นในการลาดตระเวนร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและภาคีเครือข่ายชายแดนต่อไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติของชาติอย่างยั่งยืน.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : อุทยานแห่งชาติสาละวิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด