วันที่ 1 สิงหาคม 2569 อุทยานแห่งชาติรามคำแหง ร่วมกับทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ดำเนินการปล่อย “ลูกเก้งเขาหลวง” คืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ชั้นในของอุทยานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย ภายหลังผ่านกระบวนการอนุบาล ฟื้นฟูสภาพจิตใจ และปรับพฤติกรรมจนแข็งแรงสมบูรณ์ เป็นระยะเวลาเกือบ 4 เดือน จากกรณีได้รับการช่วยเหลือขณะวิ่งหนีตายจากทะเลเพลิงมาซบตักเจ้าหน้าที่เมื่อช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเหตุการณ์ไฟป่ารุนแรงบริเวณยอดเขาหลวงเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าและสถานีควบคุมไฟป่าได้พบลูกเก้งเพศเมียวัยแรกเกิดเพียง 3-4 วัน ในสภาพโซซัดโซเซ ฝ่าควันไฟหนาทึบและเนื้อตัวสั่นเทาจากการสูญเสียแม่ในกองไฟ เหตุการณ์ในวันนั้นไม่เพียงทำลายผืนป่า แต่ยังพรากครอบครัวสัตว์ป่าไปอย่างน่าสะเทือนใจ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เร่งปฐมพยาบาล เฝ้าระวังภาวะช็อก และส่งมอบให้ทีมสัตวแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดทันที
ตลอดระยะเวลา 111 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ดูแลและอนุบาลลูกกลิ้งน้อยอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมส่งคืนสู่ธรรมชาติ โดยสร้างคอกอนุบาลเลียนแบบธรรมชาติ จัดโภชนาการป้อนนมและพืชอาหารป่าตามวัย ตลอดจนจำกัดการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์เพื่อไม่ให้สัตว์ป่าคุ้นชิน จากลูกเก้งแรกเกิดตัวน้อยที่มีลายจุดตามตัว ปัจจุบันได้เติบโตเป็นเก้งสาววัยรุ่น สุขภาพแข็งแรง มีสัญชาตญาณการระวังภัย และแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์
นายวิชัย ท้าวใจวงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติรามคำแหง เปิดเผยว่า “ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พี่ๆ เจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์ทุกคนมีความผูกพันกับเก้งน้อยตัวนี้เป็นอย่างมาก จากวันแรกที่เขาวิ่งมาซบตักเราเพื่อหาที่พึ่งสุดท้าย แต่วันนี้คือความภาคภูมิใจสูงสุดของพวกเราที่ได้เห็นเขากลับไปวิ่งเล่นในบ้านที่แท้จริง การปล่อยลูกเก้งคืนสู่ป่าในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จในการคืนชีวิตให้สัตว์ป่า แต่ยังเป็นสัญลักษณ์เตือนใจถึงผลกระทบอันใหญ่หลวงจากไฟป่าที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกไม่ว่ากับชีวิตใด”
อุทยานแห่งชาติรามคำแหงเน้นย้ำว่า ไฟป่าในเขตป่าอนุรักษ์ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาป่าเพื่อล่าสัตว์และเก็บของป่า ซึ่งสร้างความสูญเสียต่อระบบนิเวศ ห่วงโซ่อาหาร และชีวิตสัตว์ป่าที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ จึงขอความร่วมมือจากประชาชนและชุมชนรอบแนวเขตป่า ร่วมกันเฝ้าระวัง หยุดการเผาป่า เพื่อปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าให้คงอยู่คู่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน.

ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : อุทยานแห่งชาติรามคำแหง
