• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อธิบดีกรมอุทยานฯ เร่งรัดนโยบาย รมว.ทส. ประชุมซักซ้อมแนวทางจัดรูปที่ดินในป่าอนุรักษ์ พร้อมเร่งดำเนินคดีบุกรุกป่า

อธิบดีกรมอุทยานฯ เร่งรัดนโยบาย รมว.ทส. จัดประชุมซักซ้อมแนวทางจัดรูปที่ดินในป่าอนุรักษ์ สั่ง สบอ. ประสานผู้ว่าฯ-ท้องถิ่นร่วมสนับสนุน พร้อมเร่งดำเนินคดีนายทุนบุกรุกที่ป่าอย่างเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานในการประชุมผู้บริหารกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์ โดยมี นายวีระ ขุนไชยรักษ์ และ ดร.แสงจันทร์ วายทุกข์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ พร้อมด้วยผู้บริหารสำนัก กอง กลุ่ม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง สำหรับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 1-16 และสำนักสาขาทั่วประเทศ ได้ร่วมประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล (Zoom Video Conference) เพื่อรับมอบแนวทางการปฏิบัติงานในทิศทางเดียวกัน

​การประชุมในครั้งนี้เป็นการเร่งรัดนโยบายเร่งด่วนของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) โดยมุ่งเน้นไปที่วาระสำคัญในการ “ซักซ้อมแนวทางการจัดรูปที่ดินทำกินให้ประชาชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์” เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่ทำกินของราษฎรอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และพร้อมขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

​อธิบดีกรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า การจัดรูปที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลและ รมว.ทส. ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ยืนยันจากเป้าหมายทั้งหมดที่ต้องดำเนินการจัดระเบียบให้แก่ประชาชนรวม 46,988 ครัวเรือน (66,539 แปลง) แต่ปัจจุบันกลับดำเนินการสำเร็จไปเพียง 3,899 ครัวเรือน (5,487 แปลง) เนื้อที่ประมาณ 4,400 กว่าไร่เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังล่าช้ากว่าเป้าหมายมาก จึงได้สั่งการให้ปรับเปลี่ยนโมเดลการทำงานใหม่ทั้งหมด โดยให้ยุติการทำงานรังวัดย่อยแบบเดิมที่ยืดเยื้อและเปลี่ยนมามุ่งเป้าจัดทำแปลงใหญ่เพื่อความรวดเร็ว พร้อมมอบหมายให้จัดทำคู่มือและหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานด่วน เพื่อประกาศกรอบการทำงานให้ได้ภายในสิ้นเดือนนี้

​เนื่องจากงบประมาณปี 2570 จากส่วนกลางมีข้อจำกัด กรมอุทยานฯ จึงปรับกลยุทธ์เชิงรุก สั่งการให้ สบอ.ที่ 1-16 ทั่วประเทศ นำข้อมูลแปลงที่ดินที่ชัดเจนเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในสัปดาห์หน้า เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณพัฒนาท้องถิ่นมาใช้ในการจัดรูปที่ดิน โดยให้ถอดบทเรียนความสำเร็จจากพื้นที่ที่ได้รับความร่วมมือแล้ว เช่น สบอ.16 (เชียงใหม่) กับ อบจ.เชียงใหม่, สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง กับ อบจ.แม่ฮ่องสอน และ อบจ.นครราชสีมา พร้อมจัดทำระบบฐานข้อมูลดิจิทัล (Digital Archive) รวบรวมข้อมูลและรูปแบบสัญญาขึ้นเว็บไซต์หรือคิวอาร์โค้ดให้หน่วยงานอื่นดาวน์โหลดไปเป็นต้นแบบได้ทันที นอกจากนี้ ยังให้พิจารณานำเงินรายได้ของอุทยานแห่งชาติและเงินอนุรักษ์สัตว์ป่ามาสมทบ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและพัฒนาชุมชนรอบแนวเขตป่า ควบคู่ไปกับการปรับทัศนคติของหัวหน้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้มองชุมชนเป็นผู้ที่ต้องเข้าไปจัดระเบียบและช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เป็นศูนย์กลางดึงภาครัฐอื่นมาร่วมพัฒนา และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดอบรมเพิ่มทักษะด้านการพัฒนาชุมชนแก่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่

​สำหรับด้านการปราบปรามการบุกรุกรายใหญ่ อธิบดีกรมอุทยานฯ กำชับอย่างเด็ดขาดว่า การดำเนินคดีต้องติดตามไปจนถึงกระบวนการบังคับคดีรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอย่างครบถ้วนเพื่อป้องกันการถูกฟ้องร้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 พร้อมสั่งการให้กองป้องกันและปราบปรามฯ ร่วมกับกองกฎหมาย จัดตั้งคณะทำงานส่วนกลางเข้าไปสนับสนุนและเป็นหลังพิงให้หัวหน้าอุทยานในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีผู้มีอิทธิพล เช่น จังหวัดภูเก็ต และให้ถอดบทเรียนจัดทำลำดับเวลาหรือไทม์ไลน์ขั้นตอนการบังคับคดีรื้อถอนแจกจ่ายเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : ชินวร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด