• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานฯ จับมือภาคีเครือข่าย ติวเข้ม “ครูฝึกหมวกแดง” ยกระดับยุทธวิธี SMART Patrol พิทักษ์ผืนป่าไทยสู่มาตรฐานสากล

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้าปฏิรูปงานพิทักษ์ป่าอย่างเข้มข้น มุ่งยกระดับมาตรฐานระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART Patrol) ทั่วประเทศ ล่าสุด ศูนย์ควบคุมมาตรฐานการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ได้จับมือกับสององค์กรอนุรักษ์ระดับโลก ได้แก่ สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) สำนักงานประเทศไทย เปิด “โครงการฝึกทบทวนวิทยากรครูฝึกการพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำชุดลาดตระเวนและยุทธวิธีในระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ” ณ อุทยานแห่งชาติหาดวนกร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 6-12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ประธานในพิธีเปิดโครงการฯ เปิดเผยว่า งานลาดตระเวนถือเป็นหัวใจสำคัญและเป็นกลไกสากลในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ต้นไม้ และสัตว์ป่า ซึ่งระบบ SMART Patrol เป็นระบบที่มีมาตรฐาน เข้มแข็ง และสามารถตรวจวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้

“นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ทีมวิทยากรครูฝึกลาดตระเวน หรือที่รู้จักในนาม “ครูฝึกหมวกแดง” ได้ผ่านการคัดเลือกและบ่มเพาะภายใต้หลักสูตร “ฝึกเพื่อเป็นครูฝึก” (Training of Trainers) โดยทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และยุทธวิธีให้แก่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศมาแล้วมากกว่า 3,000 คน การฝึกทบทวนในครั้งนี้ จึงเป็นการเพิ่มพูนสมรรถนะ เทคนิคภาคสนาม และปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ครูฝึกหมวกแดงเป็นต้นแบบที่สง่างามและมีประสิทธิภาพสูงสุด”

ด้าน ดร. ศุภกิจ วินิตพรสวรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ระบุว่า การฝึกอบรมในครั้งนี้ มีข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติฯ เข้าร่วมรับการทบทวนรวมทั้งสิ้น 83 ราย โดยมุ่งเน้นเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ คือ พัฒนาเทคนิคชั้นสูง เสริมศักยภาพและยุทธวิธีการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ เพื่อนำไปถ่ายทอดต่ออย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัย พัฒนาเนื้อหาการฝึกอบรมยุทธวิธีให้เท่าทันและสอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริงของเจ้าหน้าที่ในปัจจุบัน ตลอดจนเพิ่มสมรรถนะด้านระเบียบ กฎหมาย และหลักปฏิบัติต่างๆ ในงานป้องกันและปราบปรามให้เป็นปัจจุบัน

ทั้งนี้ เพื่อให้เนื้อหาครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสถาบันชั้นนำ อาทิ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน, กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน, โรงพยาบาลตำรวจ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีปทุม, มูลนิธิวายไอวาย และผู้เชี่ยวชาญจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ

การหลอมรวมองค์ความรู้จากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่จริงได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสร้างมาตรฐานการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ให้เป็นเอกภาพหนึ่งเดียวกันทั่วประเทศไทย เพื่อส่งต่อผืนป่าที่สมบูรณ์ให้แก่คนไทยทุกคนอย่างยั่งยืน นายศุภกิจ กล่าวทิ้งท้าย.

ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด