• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

รมว.สุชาติ ขานรับนโยบาย นายกฯ อนุทิน สั่งกรมอุทยานฯ จับมือ อบจ.เชียงใหม่ อุดหนุนงบ 19.8 ล้าน จัดที่ดินทำกินในพื้นที่อนุรักษ์

รมว.สุชาติ ขานรับนโยบาย “นายกฯ อนุทิน” สั่งกรมอุทยานแห่งชาติฯ จับมือ อบจ.เชียงใหม่ อุดหนุนงบ 19.8 ล้าน จัดรูปที่ดินทำกินในพื้นที่อนุรักษ์ ตั้งเป้าหยุดยั้งการทำลายป่า แก้ปัญหาไฟป่า-หมอกควัน ส่งเสริมคนกับป่าอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ขานรับข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ในการเดินหน้าจัดรูปที่ดินทำกินควบคู่กับการสร้างอาชีพ โดยมอบหมายให้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) การสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนจำนวน 19,827,000 บาท จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ เป็นผู้ร่วมลงนาม และมีนายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) และนายสมชาติ วัฒนากล้า รองนายก อบจ.เชียงใหม่ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน “โครงการบริหารจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่” มุ่งแก้ไขปัญหาความไม่ชัดเจนในการใช้ประโยชน์ที่ดิน และสกัดกั้นปัญหามลพิษฝุ่นควัน PM2.5 อย่างยั่งยืน

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาความไม่ชัดเจนในการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตป่าอนุรักษ์ ส่งผลให้เกิดการขยายพื้นที่ทำกิน บุกรุกป่า ดินพังทลาย และมีการเผาป่าเพื่อเตรียมพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของวิกฤตไฟป่าและหมอกควันสะสมที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงได้เน้นย้ำนโยบายเร่งจัดรูปที่ดินเพื่อลดข้อพิพาทระหว่างรัฐและประชาชน ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายสามารถอยู่อาศัยและทำกินได้อย่างถูกต้อง พร้อมดึงราษฎรเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาผืนป่า โดยภาครัฐมุ่งเน้นสร้างความเข้าใจกับประชาชนตั้งแต่ต้นว่า พื้นที่ดังกล่าวยังคงมีสถานภาพเป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งสิทธิในการทำกินนี้สามารถตกทอดเป็นมรดกให้แก่ลูกหลานได้ แต่ไม่สามารถทำการซื้อขายเปลี่ยนมือได้

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ระบุว่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน รวม 27 แห่ง เนื้อที่รวมกว่า 7,307,886 ไร่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีพื้นที่ถือครองทำกินของราษฎรเฉพาะในเขตป่าอนุรักษ์จังหวัดเชียงใหม่รวมทั้งสิ้น 322,672 ไร่ ครอบคลุม 401 หมู่บ้าน ราษฎร 41,035 ราย หรือคิดเป็น 65,319 แปลง โดยงบประมาณอุดหนุนเพิ่มเติมจาก อบจ.เชียงใหม่ กว่า 19 ล้านบาทนี้ จะนำมาใช้ขับเคลื่อนขั้นตอนสำคัญในการสอบทาน ตรวจสอบคุณสมบัติ และบริหารจัดการพื้นที่อย่างละเอียดหลังจากที่ได้สำรวจการถือครองไว้แล้ว เพื่อออกหนังสือรับรองการอยู่อาศัยทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยสร้างความมั่นคงและปรับเปลี่ยนบทบาทของราษฎรให้มาเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูป่าไม้ หยุดยั้งการทำลายป่า ตลอดจนลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่าอย่างเป็นระบบ

นอกเหนือจากการรับรองสิทธิทำกินแล้ว โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการบูรณาการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐในทุกด้านเพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างผาสุก ทั้งการส่งเสริมอาชีพและการตลาดด้วยการรับรองผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต การพัฒนาด้านสาธารณสุขเพื่อดูแลระบบสุขอนามัยและคุณภาพชีวิต การวางมาตรการป้องกันและช่วยเหลือเยียวยาเมื่อเกิดภัยพิบัติ ตลอดจนการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างคุ้มค่า ผ่านการให้ความรู้ด้านเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่อลดการใช้สารเคมีและการแผ้วถางป่า

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้วางเป้าหมายใหญ่ในการจัดรูปที่ดินราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศให้ครบถ้วนภายในปี 2570 โดยได้เตรียมความพร้อมบุคลากรผ่านหน่วย “นักส่งเสริมและพัฒนา” จำนวน 634 หน่วย ร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชน ส่งเสริมสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และทำงานแบบฝังตัวร่วมกับชาวบ้านเพื่อวิเคราะห์ความต้องการและพัฒนาอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ราษฎรสามารถอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุขและร่วมกันรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ให้คงอยู่สืบไป.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : มรุพงษ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด