• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

สบอ.3 (บ้านโป่ง) เผยภาพ “เสือโคร่ง” กลางป่าเขาแหลม เฝ้ากินซากวัวห่างชุมชน 7 กม.

สบอ.3 (บ้านโป่ง) เผยภาพ “เสือโคร่ง” กลางป่าเขาแหลม เฝ้ากินซากวัวห่างชุมชน 7 กม. พร้อมเฝ้าระวัง-ส่งตรวจอัตลักษณ์

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยรายงานความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ลงพื้นที่ตรวจสอบพิกัดป่าเขาเขื่อนวชิราลงกรณ และสามารถบันทึกภาพเสือโคร่งตัวเต็มวัยขณะกำลังเข้ากินซากวัวไว้ได้อย่างชัดเจน เร่งประสานผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์อัตลักษณ์ พร้อมประกาศเตือนชาวบ้านห้ามเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด

นายศิริวัฒน์ แสงฉวี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีการพบซากวัวสภาพเหลือเพียงครึ่งตัวบน ซึ่งคาดว่าถูกล่าโดยเสือโคร่ง บริเวณหมู่ที่ 1 ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้เดินเท้าเข้าติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap) ในจุดเกิดเหตุทันที เพื่อพิสูจน์ทราบและเฝ้าสังเกตพฤติกรรมและอัตลักษ์ของสัตว์นักล่าตัวนี้

ล่าสุด วานนี้ (17 มิถุนายน 2569) เจ้าหน้าที่ได้เข้าจัดเก็บข้อมูลจากกล้องดักถ่ายภาพ ผลปรากฏว่า สามารถบันทึกภาพ “เสือโคร่งเพศผู้” ขนาดใหญ่ กำลังย้อนกลับมากินซากวัว ณ พิกัด X : 0451468 Y : 1640803 ซึ่งจุดดังกล่าวอยู่ห่างจากชุมชนบ้านท่าแพ และที่ทำการเขื่อนวชิราลงกรณ เพียงประมาณ 7 กิโลเมตรเท่านั้น

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติเขาแหลมได้รวบรวมหลักฐานภาพถ่ายทั้งหมด ส่งต่อไปยังสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นหน่วยงานเชี่ยวชาญระดับประเทศ เพื่อทำการเปรียบเทียบลายพาดกลอนและยืนยันอัตลักษณ์อย่างเป็นทางการ ว่าเสือโคร่งตัวนี้คือ “รหัส KKT299M” ที่เคยมีฐานข้อมูลพบในพื้นที่เมื่อปี 2566 หรือเป็นเสือโคร่งตัวใหม่ที่แผ่อาณาเขตเข้ามา

ด้านผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ตรึงกำลังเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่มวลชนสัมพันธ์ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิงรุก เน้นย้ำและขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียง ให้เพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุด และหลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณพื้นที่ป่าเกิดเหตุโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและปล่อยให้กลไกทางธรรมชาติของสัตว์ป่าดำเนินไปโดยไม่ถูกรบกวน หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการพิสูจน์อัตลักษณ์หรือสถานการณ์ในพื้นที่ จะรายงานให้ทราบต่อไป.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด