นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) เปิดเผยว่า เกิดเหตุภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าคุ้มครองในพื้นที่จังหวัดนครนายก เมื่อพายุฝนและลมกระโชกแรงส่งผลให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่น ทับฝูงค้างคาวแม่ไก่ภาคกลางบาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนเกือบ 800 ตัว เจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลือและกู้ซากอย่างเร่งด่วน
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ได้รับแจ้งประสานงานจากผู้นำชุมชนหมู่ที่ 1 ตำบลพิกุลออก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ว่าเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ได้เกิดพายุฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในพื้นที่ ส่งผลให้ต้นยางนาขนาดใหญ่ภายในเขตวัดพิกุลแก้ว ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยและรังนอนของฝูงค้างคาวแม่ไก่ภาคกลางจำนวนมาก เกิดหักโค่นล้มลงมาทับบริเวณวัดกระดาน ซึ่งมีพื้นที่รั้วติดกัน แรงกระแทกส่งผลให้ค้างคาวแม่ไก่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
หลังรับแจ้งเหตุ นายสมฤกษ์ ศุภมิตรกฤษณา ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.1 (ปราจีนบุรี) ได้ประสานกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 1 (นครนายก), เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านนา, เทศบาลตำบลบ้านนา, เทศบาลตำบลพิกุลออก, ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านนา และอาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่ เข้าตรวจสอบและกู้ภัยในจุดเกิดเหตุทันที
จากการตรวจสอบและนับจำนวนในพื้นที่อย่างละเอียด พบค้างคาวแม่ไก่บาดเจ็บ จำนวน 42 ตัว (เจ้าหน้าที่เร่งให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น) และพลค้างคาวแม่ไก่ล้มตาย จำนวน 757 ซาก เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมค้างคาวที่บาดเจ็บและซากทั้งหมด ส่งมอบให้แก่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 1 (นครนายก) เพื่อนำไปดูแลรักษาและดำเนินการตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต่อไป พร้อมกันนี้ ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.บ้านนา เรียบร้อยแล้ว
เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สร้างความสูญเสียต่อประชากรค้างคาวแม่ไก่ภาคกลาง ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายไทยในคราวเดียวมากที่สุดครั้งหนึ่ง ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการฟื้นฟูสภาพพื้นที่และเฝ้าระวังผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในชุมชนต่อไป.

ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี)
