• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ดีเอ็นเอชี้ชัด! “จ้าวเหงา” กระทิงหนุ่มหนีไฟป่าพม่า แท้จริงคือ “กายาล” ด้าน อช.ดอยผ้าห่มปก ส่งกลับรัฐฉานสุดอบอุ่น

ปิดฉากภารกิจส่งผู้ลี้ภัยสี่ขาป่าดงดิบกลับคืนสู่มาตุภูมิอย่างอบอุ่น หลังจากผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) ยืนยันชัดเจนว่า “จ้าวเหงา” สัตว์ป่าพลัดหลงจากฝั่งพม่า แท้จริงแล้วคือ “กายาล” (Gayal) หรือกระทิงลูกผสมวัวบ้าน ที่มีการเลี้ยงอย่างแพร่หลายในพม่า ไม่ใช่กระทิงป่าคุ้มครอง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและอุทยานฯ ไทย สามารถส่งมอบคืนแก่เจ้าของชาวรัฐฉานตามระเบียบระหว่างประเทศได้สำเร็จ หลังหนีไฟป่าเข้ามาพึ่งพิงฝั่งไทยนานร่วมสองเดือน

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ในช่วงวิกฤตสถานการณ์ไฟป่าที่ลุกลามอย่างหนักตามแนวชายแดน ได้มีสัตว์ขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายกระทิงป่า วิ่งหนีเปลวไฟพลัดหลงเข้ามาข้ามแดนมายังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ชุมชนบ้านห้วยศาลา หมู่ 15 ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสร้างความฮือฮาและสร้างความเอ็นดูให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

ในเวลานั้น นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 16 (เชียงใหม่) ได้เป็นผู้ตั้งชื่อให้กับกระทิงหนุ่มเปลี่ยวตัวนี้ว่า “จ้าวเหงา” โดยเป็นการตั้งชื่อล้อตามชื่อเล่นของ นายวรรณชัย รักมิตร ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ เพื่อสะท้อนถึงท่าทางอันโดดเดี่ยวและน่าเอ็นดูของกระทิงหนุ่มที่ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดหนีไฟมาเพียงลำพัง

ในระหว่างกระบวนการตรวจสอบ “จ้าวเหงา” ได้ถูกแยกมากักกันตัวเพื่อสังเกตอาการและโรคติดต่อในพื้นที่ปลอดภัยของอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติใกล้กับบริเวณที่พบน้องครั้งแรก โดยได้รับการดูแลเอาใจใส่ประคบประหงมเป็นอย่างดีจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ สบอ.16 จนร่างกายสมบูรณ์และคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ ผลการตรวจดีเอ็นเอจากห้องปฏิบัติการ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้ระบุผลตรวจอย่างเป็นทางการว่า “จ้าวเหงา” จัดอยู่ในกลุ่มวิทยาศาสตร์พันธุ์ B.frontalis หรือที่รู้จักกันในชื่อ กายาล (Gayal) หรือ มิทัน (Mithun) ซึ่งเป็นกระทิงผสมวัวบ้าน ไม่ใช่กระทิงป่าแท้

สำหรับผลแล็ป นี้คือ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ในทางกฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ เพราะหากจ้าวเหงาเป็นกระทิงป่าแท้ จะถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายไทยทันที และการส่งคืนข้ามประเทศจะมีขั้นตอนทางไซเตส (CITES) ที่ซับซ้อนมาก แต่เมื่อวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า น้องคือ “กายาล” หรือสัตว์เลี้ยงลูกผสมที่มีเจ้าของยืนยันด้วยเอกสารสิทธิ์ จึงทำให้กระบวนการส่งคืนดำเนินไปได้ภายใต้กรอบการประสานงานชายแดนตามปกติ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายนิติฬ์ปกรน์ แสงสุวรรณ นายอำเภอแม่อาย ได้มอบหมายให้ นายสมภพ หน่อแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย นายอัศนัย นิลพุดซา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก, เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 3207, และกำนันตำบลแม่อาย ร่วมกันทำพิธีส่งมอบวัวกระทิงพลัดหลงตัวนี้ โดยได้ส่งมอบต่อให้กับชุดประสานงานเพื่อความมั่นคงที่ 313 (ศูนย์ประสานงานเพื่อความมั่นคงที่ 31) เพื่อทำหน้าที่นำส่งวัวกระทิงลูกผสมคืนให้กับนายหม่องแก/เย ราษฎรอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดเมืองสาต รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริงและได้แสดงเอกสารหลักฐานความเป็นเจ้าของต่อฝ่ายไทยเรียบร้อยแล้ว

ด้านนายวรรณชัย รักมิตร ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สบอ.16 (ผู้เป็นที่มาของชื่อจ้าวเหงา) ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยความซาบซึ้งและอบอุ่นใจว่า

“ฝ่ายประสานงานชายแดนทั้งฝ่ายทหารและฝ่ายปกครองอำเภอแม่อาย อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ได้รับการประสานเพื่อขอคืนกระทิงตัวดังกล่าว จึงได้ตรวจสอบและส่งคืนตามกระบวนการขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ข้ามไปเติบโตและขยายเผ่าพันธุ์ต่อไปนะจ้าวเหงา สัตว์ป่าพลัดหลงไม่ว่าจะมาจากไหน จากถิ่นกำเนิดใด ไทย หรือพม่า มาอยู่กับพวกเรากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช อุ่นใจแน่นอนครับ”

การเดินทางกลับ “บ้าน” ของจ้าวเหงาในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการทำงานด้านมนุษยธรรมและสวัสดิภาพสัตว์ป่าของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไทย แต่ยังแสดงถึงมิตรภาพชายแดนและความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่างไทย-เมียนมา ในการร่วมกันจัดการทรัพยากรสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงตามแนวตะเข็บชายแดนอย่างสันติวิธี เพื่อให้จ้าวเหงาได้ทำหน้าที่ขยายเผ่าพันธุ์กายาลในผืนป่ารัฐฉานอย่างปลอดภัยต่อไป.

ข่าว : อัจจิมา / ภาพ : อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด