28 พฤษภาคม 2569 — นายปราปต์ เหมะสุทธินันท์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เน้นย้ำให้เดินหน้ามาตรการปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ พร้อมบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด ล่าสุด เจ้าหน้าที่ สบอ.11 ได้สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร เข้าจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 6 ราย ที่มีพฤติกรรมกระทำความผิดซ้ำซาก ขัดขืนคำสั่งศาล ด้วยการลักลอบแผ้วถางขยายพื้นที่ป่าต้นน้ำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและป่าสงวนแห่งชาติ สร้างความเสียหายรวมกว่า 36 ไร่ พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนและสิ่งผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ของวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 โดย นายชำนาญ เนตรผสม ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร ได้รายงานว่า เจ้าหน้าที่สายตรวจฯ สบอ.11 และเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าวังทอง ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเมี่ยง-ภูทอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอชาติตระการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่
คณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมตรวจยึดพื้นที่และจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิด บริเวณป่าม้งดำ ท้องที่บ้านน้ำจวงใต้ หมู่ที่ 16 ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเมี่ยงและภูทอง และเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำภาคฝั่งขวา โดยสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 ราย ขณะกำลังร่วมกันลงแรงทำนาข้าวในพื้นที่บุกรุกดังกล่าว
จากการตรวจสอบประวัติเชิงลึกของเจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่า กลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวเคยถูกจับกุมในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าบริเวณนี้มาแล้วเมื่อปี 2565 เนื้อที่ประมาณ 9 ไร่เศษ ซึ่งในครั้งนั้น ศาลจังหวัดพิษณุโลกได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับ พร้อมทั้งมีคำสั่งเด็ดขาดให้ออกจากพื้นที่และชดใช้ค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อม แต่ผู้ต้องหากลับมีพฤติกรรมเพิกเฉยและละเมิดคำสั่งศาล โดยได้พาครอบครัวย้อนกลับเข้ามาบุกรุกแผ้วถางและขยายพื้นที่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน มีการก่อสร้างกระต๊อบที่พักอาศัยถาวร 3 หลัง ล้อมรั้วลวดหนาม ขุดคันนา และปลูกพืชผลทางการเกษตร ซึ่งจากการรังวัดด้วยระบบดาวเทียมล่าสุดพบพื้นที่ป่าไม้สมบูรณ์ได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 36 ไร่ 52 ตารางวา
นอกจากความผิดฐานบุกรุกพื้นที่ป่าแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจยึดของกลางในที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติม ประกอบด้วย ยานพาหนะ ได้แก่ รถกระบะ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน, อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) พร้อมเครื่องกระสุน (ในความครอบครองของภรรยาผู้ต้องหา) และอาวุธปืนลูกซองยาวพร้อมกระสุน (ในความครอบครองของบุตรชายผู้ต้องหา)
คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรชาติตระการ โดยแจ้งข้อกล่าวหาหนักตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562, พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 และ พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ ทางหน่วยงานภาครัฐยืนยันว่าจะไม่มีการยอมความหรือละเว้นโทษ เนื่องจากเป็นการกระทำผิดซ้ำซากและไม่เกรงกลัวต่ออาญาแผ่นดิน
ข่าว: อัจจิมา
ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)
