• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

รมว.ทส.สุชาติ ขานรับนโยบาย “นายกฯ อนุทิน” เดินหน้า ม.64 และ คทช. จัดระเบียบที่ดินทำกิน หยุดยั้งการบุกรุกป่า สร้างความมั่นคงให้ชุมชนอยู่คู่ผืนป่าอุตรดิตถ์อย่างยั่งยืน

วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ มอบสมุดประจำตัวสิทธิทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจทดแทนเพื่อการค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายรายแรก ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนงานในเขตป่าอนุรักษ์ตามกรอบมาตรา 64 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฯ และมาตรา 121 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ มุ่งหวังให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างเกื้อกูล มีอาชีพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมั่นคง

ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานในพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยมี นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวต้อนรับ และนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์และความคืบหน้าการดำเนินงาน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีคณะผู้บริหารระดับสูง คณะที่ปรึกษา และข้าราชการในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรมว.ทส., นางสาวดาริกา ศรัณย์เกตุ ที่ปรึกษา รมว.ทส., ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, ดร.แสงจันทร์ วายทุกข์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ, นายสมเกียรติ ยอดมาลี ผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ และนายปราปต์ เหมะสุทธินันท์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) นอกจากนี้ นายพิชญุตม์ พอจิต และนางสาวรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ พร้อมผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ได้มาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ได้เร่งสนองนโยบายของรัฐบาล และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ที่มีความห่วงใยในปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของพี่น้องเกษตรกร โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังมานานให้ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านกลไกการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) และโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตป่าอนุรักษ์ตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และมาตรา 121 แห่ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพโดยถูกต้อง การมอบสิทธิในครั้งนี้เป็นการสร้างกติกาการอยู่ร่วมกันระหว่างรัฐและชุมชน โดยในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ กรมป่าไม้ได้จัดรูปที่ดิน คทช. ครอบคลุม 9 อำเภอ รวมเนื้อที่กว่า 317,566 ไร่ ควบคู่ไปกับการดำเนินงานในเขตป่าอนุรักษ์ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ครอบคลุมทุกมิติ

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้กล่าวถึงรายละเอียดการดำเนินงานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ขับเคลื่อนโครงการนำร่องในจังหวัดอุตรดิตถ์ ภายใต้มาตรา 64 ณ อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ ให้แก่ราษฎรจำนวน 30 ราย (30 แปลง) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการรับรองสิทธิ์ในที่ดินเดิมเพื่อหยุดยั้งการบุกรุกป่ารายใหม่เท่านั้น แต่กรมอุทยานฯ ยังได้ร่วมมือกับชุมชนในพื้นที่ดำเนินการพัฒนาพื้นที่ โดยการจัดทำแผนจัดการทรัพยากรชุมชนอย่างมีส่วนร่วม การส่งเสริมอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการสนับสนุนการปลูกพืชเศรษฐกิจใต้ร่มเงาป่า เช่น กาแฟ หรือสมุนไพรท้องถิ่น และฝึกอบรมราษฎรให้เป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่น เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอุทยานแห่งชาติ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เสริมโดยไม่ทำลายผืนป่า รวมถึงการพัฒนาแหล่งน้ำและการอนุรักษ์ดิน ด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำในเขตพื้นที่ทำกินเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างเพียงพอในฤดูแล้ง ควบคู่กับการปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน เมื่อชาวบ้านมีความมั่นคงในชีวิตและมีรายได้ที่แน่นอน พวกเขาจะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยรัฐดูแลรักษาและเฝ้าระวังไฟป่าในพื้นที่อุทยานฯ ได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ รายงานเพิ่มเติมว่า การมอบสมุดประจำตัวเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน กลุ่มลุ่มน้ำที่ 3 และ 4 ในจังหวัดอุตรดิตถ์ มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปีงบประมาณนี้สามารถรองรับและมอบสิทธิให้แก่ราษฎรได้รวมทั้งสิ้น 1,800 ราย ในพื้นที่ 8 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอลับแล 1,013 ราย, อำเภอน้ำปาด 556 ราย, อำเภอท่าปลา 162 ราย, อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ 15 ราย, อำเภอทองแสนขัน 15 ราย, อำเภอฟากท่า 15 ราย, อำเภอบ้านโคก 15 ราย และอำเภอพิชัย 9 ราย ซึ่งทุกแปลงผ่านการพิสูจน์สิทธิ์และรังวัดขอบเขตที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการขยายพื้นที่ป่าเพิ่ม

สำหรับหนึ่งในความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของงานในวันนี้ คือการมอบใบอนุญาตทำไม้ในพื้นที่ คทช. ให้แก่ นางสาวเสมียน หม่องต๊ะ เกษตรกรหญิงต้นแบบรายแรกของประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ตัดฟันและจำหน่ายไม้สักที่ตนเองปลูกขึ้นในที่ดินทำกินจำนวน 830 ต้น ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นการส่งเสริมการออมในรูปแบบไม้เศรษฐกิจและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ครอบครัว นอกจากนี้ ผลจากการจัดระเบียบที่ดินยังช่วยให้กลุ่มชาวสวนทุเรียนในอำเภอลับแล พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่านานกกก สามารถนำสมุดสิทธิ์ทำกินนี้ไปยื่นขอรับรองมาตรฐานแหล่งผลิตพืช (GAP) จากกรมวิชาการเกษตรได้สำเร็จ ส่งผลให้ทุเรียนสายพันธุ์หลงลับแลและหลินลับแล มีใบการันตีว่าเป็นผลผลิตที่เติบโตบนผืนดินที่ถูกต้อง ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้า ป้องกันการกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง และสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนอย่างมหาศาลตลอดทั้งปี.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด