• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมลงนามข้อตกลงภาคีผู้ดำเนินการ ขับเคลื่อนโครงการ “ป่าไม้เพื่อชีวิต” สู่การอนุรักษ์ป่าเขตร้อนอย่างยั่งยืน

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วย Mr. Robert Douglas Simpson รองผู้แทนระดับภูมิภาคและผู้ประสานงานประจำประเทศไทย ร่วมพิธีลงนามในข้อตกลงภาคีผู้ดำเนินการ (Operational Partners Agreement : OPA) ภายใต้โครงการ “ป่าไม้เพื่อชีวิต – การอนุรักษ์ภูมิทัศน์ป่าเขตร้อนที่สมบูรณ์ของประเทศไทย” (Forests for Life – Intact Tropical Forest Landscape Conservation in Thailand) ณ สำนักงานองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก กรุงเทพมหานคร

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ร่วมลงนามในเอกสารโครงการ (Project Document) กับองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพิธีลงนามในวันนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการสถาปนาความร่วมมือเชิงปฏิบัติการระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติฯ และ FAO ในฐานะหน่วยงาน GEF Agency เพื่อขับเคลื่อนโครงการ “ป่าไม้เพื่อชีวิต” ภายใต้กรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค Indo-Malaya

ข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกำหนดบทบาท หน้าที่ และกลไกการดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ สนับสนุนการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน และการรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในระยะยาว

นายอรรถพล เจริญชันษา กล่าวว่า การบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในปัจจุบันเผชิญกับความท้าทายจากการพัฒนาประเทศ ทำให้ภารกิจของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ขยายจากการอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นที่ ไปสู่การทำงานร่วมกับชุมชนทั้งในและโดยรอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งปัจจุบันมีชุมชนในพื้นที่ความรับผิดชอบกว่า 4,042 ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4.257 ล้านไร่

ประเด็นสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่ การป้องกันและลดภัยคุกคามต่อทรัพยากร เช่น ไฟป่า การลักลอบล่าสัตว์ป่า การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างไม่เหมาะสม รวมถึงผลกระทบจากการใช้สารเคมีในพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งล้วนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่เข้มแข็ง

“FAO เป็นพันธมิตรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระดับนานาชาติ ความร่วมมือภายใต้โครงการป่าไม้เพื่อชีวิตฯ จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการป่าไม้ของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าว

ทั้งนี้ พื้นที่ดำเนินโครงการนำร่อง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย และพื้นที่สำคัญอื่นๆ รวม 4 แห่ง ซึ่งจะเป็นต้นแบบของการบูรณาการการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกับการมีส่วนร่วมของชุมชนในระยะยาว

ด้าน Mr. Robert Douglas Simpson กล่าวว่า การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ รวมถึงการรักษาบริการของระบบนิเวศ เป็นภารกิจสำคัญที่ต้องส่งต่อจากคนรุ่นปัจจุบันสู่คนรุ่นต่อไป โดย FAO ให้ความสำคัญกับแนวทางการจัดการเชิงภูมิทัศน์ (landscape approach) การบริหารจัดการลุ่มน้ำ และการสร้างสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ

โครงการ “ป่าไม้เพื่อชีวิต” ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก ระยะที่ 8 (GEF-8) และเป็นความร่วมมือระดับภูมิภาคที่ครอบคลุมประเทศไทย สปป.ลาว และปาปัวนิวกินี ภายใต้กรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค (Regional Cooperation Programme : RCP) โดยมีองค์ประกอบการดำเนินงานสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การพัฒนานโยบาย การคุ้มครองทรัพยากร การจัดการเขตกันชนป่าธรรมชาติ การจัดการข้อมูล และการเงิน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของกรอบความหลากหลายทางชีวภาพโลก (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework : KMGBF)

โครงการนี้มุ่งเน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่าเขตร้อนของประเทศไทยในระดับภูมิทัศน์ ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนให้สามารถดำรงชีวิตบนฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ การเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอน และการสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติของประเทศในระยะยาว

การลงนามในข้อตกลง OPA ครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป.

ข่าว : วรวัฒน์
ภาพ : มรุพงษ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด