วันที่ 13 เมษายน 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยผลการดำเนินงานตามนโยบายเชิงรุกของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ที่ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลก โดยเน้นการบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อลาดตระเวน เฝ้าระวัง ควบคุม และดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดทำแนวกันไฟและประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ประชาชนเพื่อลดความสูญเสีย ล่าสุดได้รับรายงานผลการปฏิบัติงานจากนายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี และนายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในการสนองนโยบายรัฐมนตรีเข้าสกัดกั้นขบวนการทำลายป่าต้นน้ำ
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 เมษายน 2569 หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบจุดความร้อน บริเวณท้องที่บ้านบางกลอย หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่สูงชันและเป็นป่าต้นน้ำชั้น 1A ห่างจากตัวหมู่บ้านขึ้นไปประมาณ 4 กิโลเมตร โดยอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน 30 นาย ร่วมกับผู้นำชุมชน เดินเท้าตามแนวสันเขาเป็นเวลากว่า 5 ชั่วโมง เพื่อเข้าถึงจุดเกิดเหตุและดำเนินการควบคุมไฟป่า พร้อมจัดกำลังสนับสนุนอีก 30 นาย เพื่อส่งเสบียงและสับเปลี่ยนกำลังพลอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2569 สถานการณ์ไฟป่ายังคงลุกลามต่อเนื่องและมีแนวโน้มขยายตัวเข้าสู่เขตชุมชน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. จึงสั่งการให้สนับสนุนอากาศยานปีกหมุน (เฮลิคอปเตอร์) หมายเลข 1110 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เข้าสนับสนุนปฏิบัติการดับไฟป่าทางอากาศเพื่อปกป้องระบบนิเวศและรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชนในทันที
ต่อมาในวันที่ 13 เมษายน 2569 คณะเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ความเสียหาย นำโดย นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมด้วย นายฉลอง ทองสงฆ์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ นายประพันธุ์ จิตต์เทศ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ร่วมกับ นายสุขุม จันทโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี, ชุดปฏิบัติการบิน ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน, นายคณิน ทองก้อน ปลัดอำเภอแก่งกระจาน, ร้อยโท ศตวรรษ จำปานิล หัวหน้าชุดประสานงานโครงการตามพระราชดำริบ้านโป่งลึก-บางกลอย (ร.9 พัน 3) และ พ.ต.ท.สารัช เภาศรี สารวัตรสอบสวน สภ.แก่งกระจาน ผลการตรวจสอบพื้นที่ พบพยานหลักฐานการกระทำผิด 2 แปลงหลัก ได้แก่ แปลงที่ 1 พบการถางป่าและโค่นต้นไม้ใหญ่ขนาดรอบวง 50-100 ซม. จำนวน 3 ต้น มีร่องรอยสุมไฟเผาเพื่อปลูกพืชเกษตรจนอาจเป็นสาเหตุให้ไฟลามไหม้ป่าธรรมชาติเสียหายกว่า 1,700 ไร่ และแปลงที่ 2 พบร่องรอยการโค่นต้นไม้ใหญ่ลักษณะเดียวกันอีก 7 ต้น เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ 3 งาน คณะเจ้าหน้าที่ร่วมกันพิจารณาแล้ว สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของกลุ่มคนในพื้นที่เนื่องจากสภาพภูมิประเทศ เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงพื้นที่จากบุคคลภายนอก
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. ได้สั่งการกำชับให้ตรวจสอบสาเหตุการเกิดไฟป่าอย่างเข้มงวดและให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่บุกรุก แผ้วถาง หรือจุดไฟเผาป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2487, พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507, พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และประกาศจังหวัดเพชรบุรี เรื่อง การกำหนดเขตควบคุมไฟป่า โดยต้องรับผิดชอบทั้งทางอาญาและค่าเสียหายทางทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ ได้ร่วมกันจัดทำบันทึกตรวจยึด ส่งดำเนินคดี ณ สภ.แก่งกระจาน เพื่อสอบสวนขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อรักษาผืนป่ามรดกโลกให้คงความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนตามนโยบายของ รมว.ทส. ต่อไป.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
