ปล่อยวัวแดง “ฟ้าก้อง-ฟ้าคราม-วันดี” คืนป่าสลักพระ ครั้งที่ 6 ชูโมเดลความสำเร็จ “คนอยู่ได้ สัตว์ป่าอยู่รอด” ด้วยพลังมวลชนจิตอาสา เผยยอดวัวแดงคืนถิ่นพุ่งทะลุ 56 ตัว
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับจังหวัดกาญจนบุรี และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน จัดพิธีปล่อยวัวแดงคืนสู่ธรรมชาติครั้งยิ่งใหญ่เป็นครั้งที่ 6 ณ หน่วยพิทักษ์ป่าสลักพระ (เขาเสือ) เพื่อตอกย้ำความสำเร็จในการฟื้นฟูสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ที่เคยหายไปจากพื้นที่นานกว่า 30 ปี ให้กลับมาสร้างความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
ในพิธีดังกล่าวได้รับเกียรติจากนางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธี โดยมี นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยบุคคลสำคัญเข้าร่วม อาทิ นายทศพล ไชยโกมินทร์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีในฐานะประธานชมรมข้าราชการบำนาญและผู้อาวุโสจังหวัดกาญจนบุรี นายเสรี นาคบุญ หัวหน้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาน้ำพุ ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ ตลอดจนนายอำเภอเมืองกาญจนบุรี นายอำเภอศรีสวัสดิ์ นายอำเภอบ่อพลอย ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมวลชนจิตอาสาอนุรักษ์วัวแดง
นายราชันย์ บัวตรี เปิดเผยว่า วัวแดงเคยสูญพันธุ์ไปจากป่าสลักพระนานกว่า 3 ทศวรรษเนื่องจากการถูกล่าและสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย กรมอุทยานฯ จึงเริ่มโครงการฟื้นฟูประชากรตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นถือว่าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย จากการปล่อยวัวแดงสะสม 5 ครั้ง รวม 16 ตัว พบว่า สามารถปรับตัวได้ดีเยี่ยม และสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดคือการพบลูกวัวแดงที่เกิดในธรรมชาติแล้วอย่างน้อย 40 ตัว ส่งผลให้ปัจจุบันมีประชากรวัวแดงในป่าสลักพระรวมไม่น้อยกว่า 56 ตัว ความสำเร็จนี้มีกุญแจสำคัญคือความเข้มแข็งของมวลชนจิตอาสาอนุรักษ์วัวแดง ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของชาวบ้าน ผู้นำชุมชน และ อบต. ในพื้นที่ ที่เปลี่ยนบทบาทจากผู้อาศัยชายป่ามาเป็น “ผู้ปกป้อง” ทั้งการเฝ้าระวังการล่า และสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่จนป่าสลักพระกลายเป็นบ้านที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง โดยการปล่อยวัวแดงครั้งที่ 6 นี้ ได้ส่งคืนวัวแดงอีก 3 ตัว ได้แก่ “ฟ้าก้อง-ฟ้าคราม” (เพศผู้) และ “วันดี” (เพศเมีย) เพื่อขยายฐานพันธุกรรมอย่างต่อเนื่อง
ด้าน นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี เน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างการอนุรักษ์และการเศรษฐกิจว่า การฟื้นฟูป่าส่งผลโดยตรงต่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยในปี 2568 กาญจนบุรีสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 34,000 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยวกว่า 13 ล้านคน “วัวแดงคือสัญลักษณ์แห่งความมีชีวิตของป่าตะวันตก เมื่อสัตว์ป่าอยู่ได้ ป่าก็สมบูรณ์ และจะนำพาให้กาญจนบุรีเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (World-class Destination) ที่นักท่องเที่ยวถวิลหา ความสำเร็จนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของสัตว์ป่า แต่คือความภาคภูมิใจและรากฐานรายได้ของลูกหลานชาวกาญจนบุรีทุกคน”
ขณะที่นายเสรี นาคบุญ ระบุว่า โครงการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าระยะยาว โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาในการเก็บข้อมูลวิจัย เพื่อมุ่งหวังให้ป่าสลักพระเป็นโมเดลต้นแบบการฟื้นฟูสัตว์ป่าขนาดใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับวัวแดงทั้ง 3 ตัวที่ปล่อยในครั้งนี้ ประกอบด้วย “ฟ้าก้อง” และ “ฟ้าคราม” วัวแดงเพศผู้ วัยเจริญพันธุ์ (5-7 ปี) ลักษณะสง่างาม แข็งแรง พร้อมเป็นพ่อพันธุ์กระจายพันธุกรรม และ “วันดี” วัวแดงเพศเมียสุขภาพสมบูรณ์ เพื่อเร่งอัตราการขยายพันธุ์ในพื้นที่ โดยทั้งหมดผ่านการตรวจสุขภาพและเตรียมความพร้อมอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถเข้าฝูงและดำรงชีวิตในป่าธรรมชาติได้อย่างราบรื่น.

