• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานแห่งชาติฯ รุกเดินหน้าจัดทำรายงาน SEA มรดกโลก “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” มุ่งบริหารจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืน แก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับคณะกรรมการกำกับ คณะทำงานวิชาการ และทีมที่ปรึกษา ประชุมติดตามความคืบหน้าการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) แหล่งมรดกโลกกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ครั้งที่ 2/2569 ชูแนวคิดการจัดการเชิงรุกเพื่อรักษาคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลของผืนป่า

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยกองการต่างประเทศ จัดการประชุมคณะกรรมการกำกับ และคณะทำงานวิชาการการจัดทำรายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) และแผนการจัดการแหล่งมรดกโลกกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ โดยมีนางสาวอภิญญา ใจแท้ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ นางรุ่งนภา พัฒนวิบูลย์ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักต่างๆ และบริษัท ยูไนเต็ด แอนนาลิสต์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เข้าร่วมหารือ

ที่ประชุมได้สรุปความคืบหน้าการดำเนินโครงการในระยะที่ 1 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัดใน 5 พื้นที่อนุรักษ์ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ โดยมุ่งเน้นการใช้เครื่องมือ SEA เพื่อวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ที่มองภาพรวมในอนาคต และสร้างทางเลือกในการจัดการที่เหมาะสมกับผลประโยชน์ส่วนรวม

จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยรอบผืนป่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่าประเด็นความขัดแย้งระหว่าง “คนกับสัตว์ป่า” เป็นปัญหาเร่งด่วนที่สุดที่ต้องได้รับการแก้ไข รองลงมาคือปัญหาเฉพาะถิ่น อาทิ วิกฤตภัยแล้ง การลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ ไฟป่า รวมถึงการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินและการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ทีมที่ปรึกษาได้รายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในระยะแรก ซึ่งรวมถึงการศึกษาเชิงลึกในกลุ่มชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ป่าที่มีคุณค่าและความสำคัญต่อระบบนิเวศ โดยเป็นไปตามหลักตามเกณฑ์มาตรฐานของมรดกโลก พร้อมทั้งกำหนดพื้นที่ตัวแทนเพื่อศึกษาถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact) ในเชิงลึกต่อไป โดยแผนงานหลังจากนี้จะเน้นการลงพื้นที่ภาคสนามในอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุกแห่ง เพื่อนำข้อมูลมาประมวลผลสู่แผนการจัดการที่ยั่งยืน.

ข่าว : อัจจิมา

ภาพ : มรุพงษ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด