• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

รวบพรานแสบ! ลอบเผาป่า-ล่าสัตว์ อช.ไทยประจัน

รวบพรานแสบ! ลอบเผาป่า-ล่าสัตว์ อช.ไทยประจัน พบควันพุ่งหลังวัด เจ้าหน้าที่ซุ่มโปร่ง 24 ชม. ตะครุบตัวพร้อมปืนแก๊ป-เชื้อไฟ สารภาพเผาป่า เสียหายกว่า 200 ไร่

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 นายภูวิวัช หิรัญศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยผลปฏิบัติการจับกุมผู้ลักลอบเผาป่าและล่าสัตว์ป่า หลังระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจและจุดสกัด เข้าปิดล้อมพื้นที่ป่าหลังวัดไทยประจัน ตลอดทั้งคืน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางอาวุธปืนและอุปกรณ์ก่อเหตุครบมือ

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 25 มีนาคม เวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานพบกลุ่มควันไฟขนาดใหญ่บริเวณป่าหลังวัดไทยประจัน จึงรุดเข้าตรวจสอบ พบความเสียหายเบื้องต้น 5 ไร่ และพบหลักฐานสำคัญคือป้ายจุดเฝ้าระวังไฟป่าถูกของมีคมตัดทำลายจนใช้การไม่ได้ บริเวณใกล้เคียงพบกองไฟที่ใช้ไม้ไผ่เป็นเชื้อเพลิง ระหว่างระงับเหตุเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นแสงไฟฉายจากบุคคลปริศนาพยายามเดินหนีออกจากพื้นที่ จึงสั่งการให้จัดกำลังชุดดักซุ่มเฝ้าระวังพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง

ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 26 มีนาคม เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มไฟป่าขนาดใหญ่ลุกลามอีกครั้งบริเวณพิกัด 47 P 558721 E 1468378 N จึงเข้าควบคุมเพลิง พบพื้นที่เสียหายเพิ่มเป็น 200 ไร่ กระทั่งเวลา 09.30 น. ขณะเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนมาถึงพิกัด 47 P 559804 E 1468298 N ได้พบชายต้องสงสัยเดินสะพายย่ามและถืออาวุธปืนออกมาจากชายป่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม

ทราบชื่อภายหลังคือ นายประวัติ (สงวนนามสกุล) ชาวจังหวัดสมุทรสาคร จากการตรวจค้นภายในย่ามและตัวผู้ต้องหา พบของกลางประกอบด้วย ปืนแก๊ปยาว 90 ซม. (ลำกล้องยาว 53 ซม.) จำนวน 1 กระบอก, เครื่องกระสุนดินปืน 200 กรัม, กระสุนตะกั่ว 37 นัด, แก๊ปปืน 44 อัน, ไฟแช็ก 3 อัน, กาบมะพร้าวแห้ง 3 อัน, ยางในรถจักรยาน 2 เส้น (ใช้เป็นเชื้อไฟ), มีดอีโต้, ขวาน และมีดพก รวม 3 เล่ม ไฟฉายคาดหัว 1 อัน

คณะเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากท่อ โดยแจ้งข้อกล่าวหาหนักตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 รวม 6 ฐานความผิด ได้แก่
• ยึดถือครอบครองที่ดิน แผ้วถาง และเผาป่า (มาตรา 19(1) และ มาตรา 41)
• เก็บหาหรือทำอันตรายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (มาตรา 19(2) และมาตรา 42)
• นำอาวุธและเครื่องมือล่าสัตว์เข้าเขตอุทยานฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต (มาตรา 19(7) และมาตรา 45)
• ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่ เข้าเขตอุทยานฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต (มาตรา 20 และมาตรา 47)
• การกระทำอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ (มาตรา 14)
• ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือยึดถือครอบครองป่าโดยมิได้รับอนุญาต (มาตรา 54 และ 72 ตรี)

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เรียบร้อยแล้ว โดยพนักงานสอบสวนได้รับเป็นคดีอาญา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ โดยแจ้งข้อมูลการควบคุมตัวไปยังศูนย์ฯ อัยการจังหวัดราชบุรีทันทีหลังการจับกุมเพื่อความโปร่งใส.

ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด