• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานฯ ชี้แจงกรณีช้างป่า “สีดอหูพับ” เสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้าย พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุ

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียช้างป่าสีดอหูพับ ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายจากจังหวัดขอนแก่นไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จังหวัดเลย

กรมอุทยานฯ ตระหนักดีว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเศร้าโศกและความกังวลให้กับประชาชนทุกท่าน เราขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียช้างป่าที่มีค่าในครั้งนี้ รวมถึงต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นก่อนหน้านี้

ช้างป่าสีดอหูพับเป็นช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 15-20 ปี ที่เดิมอาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย ต่อมาได้เคลื่อนย้ายมาหากินในพื้นที่การเกษตรบริเวณอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น และมีพฤติกรรมออกมาใกล้ชุมชนบ่อยครั้ง จนเกิดเหตุการณ์ทำร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิต

การเคลื่อนย้ายช้างครั้งนี้ ดำเนินการภายใต้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ คือ
1. ปกป้องความปลอดภัยของประชาชน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

2. อนุรักษ์ชีวิตช้างป่า โดยนำกลับสู่แหล่งอาหารธรรมชาติที่เหมาะสม

กรมอุทยานฯ ขอชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า การเคลื่อนย้ายช้างป่าในครั้งนี้เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นคำสั่งที่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย

หากกรมอุทยานฯ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จะถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย และอาจส่งผลให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องรับโทษทางอาญา นอกจากนี้ การไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหายังหมายถึงการปล่อยให้ประชาชนในพื้นที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กรมอุทยานฯ จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการเคลื่อนย้ายช้างป่า โดยยึดมั่นในหลักการทำงานภายใต้กรอบกฎหมาย ความรับผิดชอบต่อสังคม และสวัสดิภาพของสัตว์ป่า

กรมอุทยานฯ ได้เตรียมการอย่างรอบคอบและใช้มาตรฐานสากลในการปฏิบัติการ ดังนี้
– จัดตั้งศูนย์บัญชาการบูรณาการหลายหน่วยงาน
– ใช้ทีมสัตวแพทย์และสัตวบาลที่มีความเชี่ยวชาญ
– คำนวณยาสลบตามน้ำหนักและสภาพร่างกายของช้างอย่างเหมาะสม
– ติดตามสัญญาณชีพตลอดกระบวนการ ทั้งอัตราการหายใจ ชีพจร และอุณหภูมิร่างกาย

– จัดท่าทางช้างเพื่อลดแรงกดทับระบบทางเดินหายใจ

แม้จะมีการเตรียมการอย่างดี แต่ระหว่างการเดินทาง ช้างเกิดภาวะวิกฤตทางสรีรวิทยาอย่างกะทันหัน ทีมสัตวแพทย์ได้หยุดขบวนทันทีและดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเวชศาสตร์ฉุกเฉิน รวมถึงการเปิดทางเดินหายใจ การให้สารน้ำทางหลอดเลือด และการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตช้างไว้ได้

จากการประเมินเบื้องต้น สันนิษฐานว่า อาจเกี่ยวข้องกับการสำลักอาหาร อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการชันสูตรซากอย่างละเอียดเพื่อยืนยันสาเหตุที่แท้จริง

กรมอุทยานฯ มุ่งมั่นที่จะดำเนินการอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบ โดย
1. แต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบทุกขั้นตอนการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ
2. ดำเนินการชันสูตรซากอย่างละเอียด ตรวจสอบระบบต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงการตรวจทางพยาธิวิทยาและพิษวิทยา
3. ทบทวนและปรับปรุงมาตรฐานการปฏิบัติงานในการจับและเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า โดยเฉพาะในประเด็นการประเมินสุขภาพก่อนเคลื่อนย้าย การงดอาหาร และแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน

4. รายงานผลต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใส เมื่อผลการสอบสวนแล้วเสร็จ

กรมอุทยานฯ ตระหนักว่า การจัดการปัญหาระหว่างมนุษย์กับช้างป่าเป็นความท้าทายที่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด เราจะนำบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปปรับปรุงแนวทางการทำงาน เพื่อให้สามารถดูแลทั้งความปลอดภัยของประชาชนและสวัสดิภาพของสัตว์ป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

กรมอุทยานฯ ขอขอบคุณความเข้าใจจากประชาชนทุกท่าน และขอยืนยันว่าจะดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และยึดมั่นในหลักวิชาการและจริยธรรมในการอนุรักษ์สัตว์ป่าต่อไป.

ข่าว : อัจจิมา

ภาพ/ข้อมูล : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) , ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด