• ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ • สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภูเขียวมรดกอาเซียน : “หัวใจมรกต” แห่งอีสาน ​ผืนแผ่นดินต้นกำเนิดสายน้ำชี และอาณาจักรสัตว์ป่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งทุ่งกะมัง

ท่ามกลางภาพจำความแห้งแล้งที่ผู้คนมักนึกถึงเมื่อเอ่ยถึงภาคอีสาน กลับมี “มรกตเม็ดงาม” ซ่อนตัวอยู่บนทิวเขาเพชรบูรณ์ ดินแดนแห่งนี้ไม่ใช่แค่ผืนป่าธรรมดา แต่คือหัวใจสำคัญที่สูบฉีดชีวิตให้กับผู้คนนับล้านในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นี่คือ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว” จังหวัดชัยภูมิ ดินแดนมรดกแห่งอาเซียนที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า หากเปรียบภาคอีสานเป็นร่างกายมนุษย์ ป่าภูเขียวก็เปรียบได้กับหัวใจที่สูบฉีดเลือด คือแม่น้ำชีไปเลี้ยงร่างกายทั้งหมด นี่ไม่ใช่คำเปรียบเทียบที่เกินจริง แต่เป็นบทบาทที่แท้จริงของผืนป่าใหญ่แห่งนี้ในฐานะป่าต้นน้ำที่ให้กำเนิดแม่น้ำชี สายน้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทยที่ไหลอยู่ภายในประเทศทั้งสาย ด้วยระยะทางกว่า 765 กิโลเมตร พาดผ่านใจกลางภาคอีสานครอบคลุม 7 จังหวัด ตั้งแต่ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร จนถึงอุบลราชธานี ก่อนจะไหลรวมกับแม่น้ำโขงที่อำเภอโขงเจียม

ผืนป่าดงดิบเขาบนยอดภูเขียวทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำขนาดยักษ์คอยซึมซับน้ำฝนและกลั่นตัวเป็นหยดน้ำบริสุทธิ์ ไหลรวมกันจากลำธารเล็กๆ ซอกซอนผ่านโขดหิน จนกลายเป็นสายน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนนับล้าน

หนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่งที่สุดของสายน้ำชี คือปรากฏการณ์ “ชีดั้น-ชีผุด” ซึ่งลำน้ำทั้งสายมุดหายเข้าไปใต้โขดเขาหินปูน แล้วไหลผุดออกมาอีกฟากหนึ่งของขุนเขา กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนต่างอยากเข้าไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต จากจุดนี้แม่น้ำชีได้นำพาความอุดมสมบูรณ์และตะกอนดินอันมีค่ามาสู่พื้นที่เกษตรกรรมตลอดเส้นทาง เป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับการอุปโภคบริโภคของชุมชนนับร้อย และเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมประเพณีริมฝั่งน้ำที่สืบทอดมานับพันปี

ในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวครอบคลุมพื้นที่กว่า 975,000 ไร่ และเมื่อรวมกับพื้นที่อนุรักษ์อื่นในกลุ่มป่าภูเขียว-น้ำหนาว จะมีเนื้อที่รวมกันกว่า 2.5 ล้านไร่ สร้างกำแพงป้องกันธรรมชาติที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน

ภายในผืนป่าใหญ่นี้มีความหลากหลายของสังคมพืชถึง 7 รูปแบบ ตั้งแต่ป่าดงดิบเขา ป่าดงดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าสนเขา ป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้าเขตร้อน ไปจนถึงป่าทุ่ง ซึ่งความสมบูรณ์เหล่านี้สะท้อนผ่านสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่มากถึง 743 ชนิด ประกอบด้วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 120 ชนิด เช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง กวางป่า เนื้อทราย หมาใน เลียงผา และแมวลายหินอ่อนที่หายาก นอกจากนี้ ยังมีนกอีก 476 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 99 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอีก 48 ชนิด

นายสุขี กล่าวเพิ่มเติมถึงจุดหมายสำคัญหลายแห่งที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ อาทิ ทุ่งกะมัง ซึ่งเป็นแหล่งฟื้นฟูประชากรเนื้อทรายจากที่เคยสูญพันธุ์ไปแล้วให้กลับมาดำรงชีวิตอย่างอิสระอีกครั้ง จนกลายเป็นต้นแบบระดับชาติ หรือลำสะพุงที่เป็นลำน้ำสาขาหลักที่มีป่าเต็งรังผืนใหญ่อยู่ขนาบข้างและมีน้ำตกตาดค้อที่สวยงามซ่อนตัวอยู่ นอกจากนี้ ยังมีบริเวณต้นน้ำชีที่หน่วยพิทักษ์ป่าบ้านโหล่น ซึ่งเป็นจุดแรกที่สายน้ำสัมผัสกับชุมชน ส่งผลให้หมู่บ้านโหล่นได้รับอานิสงส์จากตะกอนแม่น้ำจนเป็นแหล่งปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่สำคัญ รวมถึงลานจันทร์ ลานหินกลางลำน้ำพรม และบึงแปน ทุ่งหญ้าธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เป็นต้นธารของลำสะพุง

ด้วยคุณค่าทางนิเวศวิทยาที่เหนือชั้นนี้เอง ทำให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวได้รับการประกาศรับรองให้เป็น “อุทยานมรดกแห่งอาเซียน” (ASEAN Heritage Park) แห่งที่ 56 และนับเป็นแห่งที่ 8 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2566 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ย้ำว่า ภารกิจของเจ้าหน้าที่ไม่ใช่แค่การปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าเท่านั้น แต่คือการปกป้อง “ชีวิต” ของผู้คนนับล้านที่พึ่งพาสายน้ำชี และคือการรักษาอนาคตของภาคอีสานทั้งภูมิภาคให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป.

เรียบเรียง : อัจจิมา

ภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด