วันนี้ (26 มกราคม 2569) นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านหนองพลับ ร่วมกันออกลาดตระเวนเชิงรุกและดักซุ่มบริเวณเส้นทางเข้าน้ำตกแพรกตะคร้อ ท้องที่หมู่ที่ 11 ตำบลบึงนคร อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับรายงานว่ามีการลักลอบล่าสัตว์ป่าในบริเวณดังกล่าว
กระทั่งเวลาประมาณ 21.10 น. เจ้าหน้าที่พบชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ทราบชื่อภายหลังคือ นายภาษี และนายฉัตรชัย ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำเทา ทะเบียน 1 กผ 1208 เพชรบุรี และสีแดง ทะเบียน 1 กด 892 เพชรบุรี เข้ามายังจุดที่เจ้าหน้าที่ดักซุ่มอยู่ เมื่อทั้งสองเห็นเจ้าหน้าที่ ได้แสดงท่าทางมีพิรุธและพยายามขับรถหลบหนี ระหว่างทางเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นหนึ่งในผู้ต้องหาโยนวัตถุบางอย่างทิ้ง ซึ่งตรวจสอบภายหลังพบว่า เป็นอาวุธปืนยาวลูกซองเดี่ยว ขนาด 12 เกจ ไม่ปรากฏหมายเลขทะเบียน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมตัวไว้ได้ทัน จากการตรวจสอบกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่ผู้ต้องหาทั้งสองสะพายหลังมา เจ้าหน้าที่พบหลักฐานการกระทำผิดหลายรายการ ประกอบด้วย ซากลิงแสม (สัตว์ป่าคุ้มครอง) จำนวน 1 ซาก ซากกบทูด หรือ “กบภูเขา” (สัตว์ป่าคุ้มครอง) จำนวน 10 ซาก ยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) จำนวน 7 เม็ด พร้อมอุปกรณ์การเสพ
คณะเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายภาษี และนายฉัตรชัย รวมทั้งหมด 9 ฐานความผิด ซึ่งครอบคลุมทั้งกฎหมายอุทยานแห่งชาติ กฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายอาวุธปืน และกฎหมายยาเสพติด ดังนี้ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฐานล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไป หรือทำให้เกิดอันตรายแก่สัตว์ป่า และนำเครื่องมือล่าสัตว์/อาวุธเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ฐานล่าและครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยผู้ต้องหาต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายหรือเสียหายไปตามมูลค่าทั้งหมดต่อรัฐ กฎหมายอาวุธปืนและยาเสพติด ฐานครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและรวบรวมของกลางทั้งหมด พร้อมคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านหนองพลับ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป โดยทางกรมอุทยานฯ ยืนยันจะเพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนเพื่อป้องกันการสูญเสียทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างต่อเนื่อง.

