นายถิรายุ เกลี้ยงสอาด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง รายงานว่า วันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น. คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า เจ้าหน้าที่สำนักงานสนับสนุนด้านการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร สภ.เขาค้อ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
โดยคณะเจ้าหน้าได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณสถานที่พักไร่ Wild Space Farm พิกัด 47Q 711930E 1848672N ท้องที่ ม.7 ต.ทุ่งสมอ อ.เข้าค้อ จ.เพชรบูรณ์ ตามหมายค้นศาลจังหวัดหล่มสัก ที่ 14/2569 ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบการที่ไม่เป็นโรงแรม อยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ซึ่งการตรวจสอบพื้นที่ ผลปรากฏดังนี้ จับค่าพิกัดรอบพื้นที่ได้ 6 จุด รวมพื้นที่ 1-1-84.88 ไร่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง พบสิ่งก่อสร้างลักษณะสถานประกอบการรีสอร์ท ได้แก่ อาคารแผนกต้อนรับ 1 หลัง และห้องพัก 3 หลัง รวม 4 หลัง
จากการตรวจสอบประวัติการครอบครองที่ดิน ตามมาตรา 64 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 พบว่าเดิมที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของนายแดง พลทา และให้นายบุญเลิศ ทาแก้ว เป็นผู้ดูแล ต่อมาภายหลังนายแดง พลทา ถึงแก่กรรมในช่วงประมาณปี พ.ศ.2566 ต่อมานายศุภณัฐ เย็นเศรณี จึงได้เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวต่อจากนายบุญเลิศ ทาแก้ว ซึ่งจากการบันทึกถ้อยคำนายบุญเลิศ ทาแก้ว แจ้งว่า ได้รับที่ดินแปลงดังกล่าวมาจากนายแดง พลทา ด้วยความเสน่ห์หา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2564 และต่อมาได้ยกมอบที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่นายศุภณัฐ เย็นเศรณี เมื่อปี พ.ศ.2566 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนมือการครอบครอง และทำประโยชน์ในพื้นที่มาตรา 64 โดยมิใช่บุคคลซึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัว
คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ พิจารณาแล้ว การกระทำของนายศุภณัฐฯ เป็นการการกระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ดังนี้
1. ฐาน “ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามความใน ม.54 ประกอบ ม.55 และ 72 ตรี แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484
2. ฐาน “ยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิมภายในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามความใน ม.19(1) ประกอบ ม.41 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562
3. ฐาน “กระทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพ ดิน หิน กรวด ทราย หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามความใน ม.19(2) ประกอบ ม.42 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562
4. ฐาน “เข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามความใน ม.19(6) ประกอบ ม.44 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562
5. ฐาน “ผู้ใดกระทำการหรืองดเว้นกระทำการไม่ว่าจงใจหรือประมาทเลินเล่อโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรุกขชาติ ผู้นั้นต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น” ตามความใน ม.40 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562
6. ฐาน “การก่อสร้างดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามความใน ม.21 ประกอบ ม.65 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522
คณะพนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ จำนวน 1-1-84.88 ไร่ สิ่งปลูกสร้างจำนวน 4 รายการ โดยจัดทำบันทึกตรวจสอบ/ตรวจยึด และรวบรวมเอกสารหลักฐานประกอบในส่วนค่าเสียหายของรัฐตาม ม.40 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 จะได้ทำการคิดค่าเสียหายของรัฐนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ ภายหลังต่อไป.

