20 มกราคม 2569 เวลา 15.30 น. ณ โกดังบริษัท ออโรร่า ฮาร์ดวูด (ไทยแลนด์) จำกัด จังหวัดฉะเชิงเทรา พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในการแถลงข่าวผลการปฏิบัติการบูรณาการกวาดล้างขบวนการลักลอบตัดไม้และแปรรูปไม้ส่งออกต่างประเทศครั้งสำคัญ

โดยในโอกาสนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เข้าร่วมการแถลงข่าว พร้อมด้วยร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อสรุปรายละเอียดการจับกุมขบวนการค้าไม้หวงห้ามที่มีมูลค่าเมื่อส่งออกไปยังประเทศปลายทางสูงกว่า 2,500 ล้านบาท

พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมพร้อมสนับสนุนการทำงานของกรมอุทยานฯ อย่างเต็มที่ โดยสั่งการให้ DSI ใช้กฎหมายพิเศษและมาตรการยึดทรัพย์เพื่อดำเนินการกับกลุ่มนายทุนอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการทำลายสมบัติของชาติที่มีความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนอย่างเข้มข้นนานกว่า 7 เดือน โดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ ได้ติดตามพฤติการณ์กลุ่มนายทุนข้ามชาติที่ลักลอบตัดไม้มีค่า (ไม้ประดู่และไม้สัก) จากพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทางภาคเหนือ ลำเลียงผ่านจังหวัดหนองคายเพื่อทำเอกสารอำพรางแหล่งที่มา ก่อนส่งมาพักที่จังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อรอการส่งออกไปยังประเทศจีนและเวียดนาม โดยครั้งนี้ถือเป็นการขยายผลจนถึงตัวการใหญ่และจุดพักไม้ในเขตอุตสาหกรรม
อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าในอนาคต กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมศุลกากร จะมีความร่วมมือกันในการตรวจสอบย้อนกลับการส่งออกไม้มีค่า ด้วยการยืนยันเอกสารจากหน่วยงานต้นทางอีกด้วย
จากการสนธิกำลังตรวจค้นบริษัทเอกชน 2 แห่งในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เบื้องต้นพบไม้ท่อนและไม้แปรรูป ที่ไม่มีเอกสารการได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงทำการตรวจยึดไม้ดังกล่าวไว้ 1,598.929 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น (ในประเทศ) ประมาณ 93 ล้านบาท ทัั้งนี้ มูลค่าหากส่งออกสำเร็จ สูงถึง 2,500 ล้านบาท
ขณะที่นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ระบุว่า ได้ตรวจสอบพบเครื่องจักรผิดกฎหมายและการนำไม้ไม่มีที่มาเข้ามาในโรงงาน จึงได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณา “พักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการ” ของโรงงานดังกล่าวทันที ขณะที่ DSI จะร่วมกับพนักงานสอบสวน สภ.แปลงยาว ขยายผลคดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และกฎหมายฟอกเงิน เพื่อคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ
ด้านร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยว่า ในส่วนของ DSI ได้รับมอบหมายให้เข้ามาขยายผลทางคดีอย่างละเอียด โดยจะมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มนายทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำมาตรการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มาใช้ในการยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด ซึ่งเป็นการตัดวงจรทางการเงินของขบวนการค้าไม้ให้สิ้นซาก พร้อมทั้งประสานความร่วมมือระหว่างประเทศในการติดตามตัวการใหญ่ที่บงการอยู่เบื้องหลังต่อไป.

