เมื่อกล่าวถึงภาพจำของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าของประเทศไทย พสกนิกรไทยต่างนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น “แม่แห่งแผ่นดิน” ผู้ทรงห่วงใยและทะนุบำรุงผืนป่าด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ โดเฉพาะ “โครงการสวนสัตว์ธรรมชาติภูเขียว-ทุ่งกะมัง” ซึ่งเปรียบเสมือนมรดกทางธรรมชาติอันล้ำค่าที่สะท้อนวิสัยทัศน์การอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และป่าได้อย่างชัดเจนที่สุด
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2525 ขณะที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ทรงทอดพระเนตรเห็นผืนป่าอันกว้างใหญ่ที่ยังหลงเหลือเพียงไม่กี่แห่งในภาคอีสาน ด้วยพระปรีชาญาณอันยาวไกล ทั้งสองพระองค์ทรงเล็งเห็นว่าพื้นที่ราบสูงแห่งนี้มีศักยภาพยิ่งใหญ่ที่จะเป็นบ้านที่ปลอดภัยของมวลสัตว์ป่า
ในครั้งนั้น มีพระราชดำรัสสำคัญถึงการพัฒนาพื้นที่ให้เป็น “สวนสัตว์ป่าเปิด” แต่หัวใจสำคัญของการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนในสายพระเนตรของพระองค์ คือการ “พัฒนาคน” ควบคู่ไปกับป่า ทรงเน้นย้ำว่าการจะหยุดยั้งการล่าสัตว์และบุกรุกป่านั้น ต้องเริ่มจากการทำให้ราษฎรโดยรอบมีความเป็นอยู่ที่ดี มีอาชีพที่มั่นคง และมีความรักความหวงแหนในทรัพยากรท้องถิ่นของตนเอง
ภาพการทรงงานที่ตราตรึงใจที่สุด คือเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2526 สมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จฯ ไปประทับแรม ณ ทุ่งกะมัง เพื่อทรงศึกษาพื้นที่ด้วยพระองค์เอง ทรงเสด็จบุกป่าฝ่าพงหญ้าที่สูงท่วมพระวรกายในทุ่งกะมัง บึงแปน และภูคิ้ง เพื่อดูร่องรอยการหากินของสัตว์ป่า และทรงซักถามอดีตพรานถึงถิ่นอาศัยของสัตว์ต่างๆ ด้วยความสนพระราชหฤทัยยิ่ง
พระองค์ทรงเปลี่ยน “พราน” ให้กลายเป็น “ผู้พิทักษ์” ทรงเข้าใจลึกซึ้งว่างานนี้จะสำเร็จได้ต้องสร้างจิตสำนึกรักผืนป่าให้ส่งต่อถึงลูกหลาน แนวคิดของพระองค์ก้าวหน้ากว่าสวนสัตว์ทั่วไป เพราะทรงปรารถนาให้ภูเขียวเป็น “ซาฟารีเมืองไทย” ที่ไร้กรงขัง สัตว์ป่ามีอิสรภาพในพื้นที่กว้างใหญ่ มีแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และทุ่งหญ้าระบัดที่เกิดขึ้นจากการจัดการอย่างเป็นระบบตามแนวพระราชดำริ
วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2530 กลายเป็นวันประวัติศาสตร์ เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ขณะดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) เสด็จฯ แทนพระองค์ในพิธีเปิด “โครงการวันอิสรภาพของสัตว์ป่าไทย” สัตว์ป่านานาชนิดรวม 254 ตัว ได้กลับคืนสู่ธรรมชาติ ท่ามกลางภาพความประทับใจที่ราษฎรต่างนำอาวุธล่าสัตว์มามอบคืน เป็นสัญลักษณ์ของการยุติการเบียดเบียนและเริ่มต้นการคุ้มครอง
ความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจที่สุดคือการคืนชีพ “เนื้อทราย” สัตว์ป่าที่เคยสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติของไทย ให้กลับมาเริงร่าในพงไพรได้อีกครั้ง เป็นบทพิสูจน์ว่าพระวิสัยทัศน์และการทรงงานอย่างจริงจัง สามารถเปลี่ยนสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นความจริง
วันนี้ ทุ่งกะมังบนพื้นที่กว่า 5,000 ไร่ ยังคงทำหน้าที่เป็น “ป่าแห่งความรัก” ที่สมเด็จพระพันปีหลวงทรงปลูกไว้ในหัวใจคนไทย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลรักษามรดกอันล้ำค่านี้ ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและตั้งปณิธานแน่วแน่ที่จะต่อยอดงานด้านการอนุรักษ์ตามแนวพระราชดำริอย่างมุ่งมั่น พร้อมเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมเป็นหนึ่งแรงใจในการพิทักษ์ป่าและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของมรดกล้ำค่านี้ให้คงอยู่กับผืนแผ่นดินไทยสืบไป








