เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569– อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า และ ตชด. 135 บูรณาการกำลังบุกจับกลุ่มผู้ลักลอบขุดแร่ทองคำในเขตป่าลึก พบเป็นพื้นที่ต้นน้ำชั้น 1A หลังใช้เทคโนโลยีกล้องแจ้งเตือนอัตโนมัติซุ่มจับกุมกลางดึก รวบผู้ต้องหาได้ 3 ราย เตรียมขยายผลลงโทษขั้นสูงสุด
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สั่งการให้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนเชิงรุก (Smart Patrol) เพื่อหยุดยั้งการบุกรุกพื้นที่ การทำไม้ และการลักลอบขุดแร่ในพื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ

การสนธิกำลังร่วม 4 ฝ่าย ภายใต้คำสั่งอำเภอทองผาภูมิที่ 329/2567 คณะทำงานร่วมประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ นำโดย นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข และนายวันชัย สูนคำ พร้อมเจ้าหน้าที่จุดสกัดป่าหมาก-ยาพู, หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า (กองกำลังสุรสีห์) นำโดย พ.อ.พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผบ.ฉก.ลาดหญ้า และ พ.อ.ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์, กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 นำโดย พ.ต.ท.สมศักดิ์ นวลศรี แลัฝะ ลงงงจ๖ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ: ภายใต้การอำนวยการของนายอำเภอทองผาภูมิ
สำหรับการปฏิบัติการยุทธการดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ได้วางแผนติดตามพื้นที่เป้าหมายซึ่งเป็นแปลงคดีเก่าเนื้อที่กว่า 13 ไร่ ซึ่งเคยถูกตรวจยึดเมื่อกลางปี 2568 (มูลค่าความเสียหายรัฐกว่า 7.5 แสนบาท) โดยมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติไว้ระหว่างวันที่ 11-14 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางอย่างยากลำบากด้วยการล่องเรือตรวจการณ์ ก่อนต่อรถจักรยานยนต์ลัดเลาะไปตามเส้นทางทำไม้เก่าและลำห้วยในป่ารกทึบกว่า 16 กิโลเมตร จนกระทั่งเมื่อวันที่ 13 มกราคม เวลา 18.20 น. สัญญาณจากกล้องวงจรปิดแจ้งเตือนการบุกรุก ชุดปฏิบัติการจึงวางแผนปิดล้อมพื้นที่ทันที
เมื่อเวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่เข้าประชิดจุดเกิดเหตุ (พิกัด 47 P 426535 E 1640294 N) พบกลุ่มบุคคลประมาณ 10 คน กำลังขุดดินร่อนหาแร่ทองคำอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ส่งผลให้กลุ่มผู้กระทำผิดพยายามวิ่งหนีไปในความมืด โดยสามารถควบคุมตัวได้ 3 ราย คือ นายอ่อง (อายุ 50 ปี), นายไปร์ (อายุ 31 ปี) และ นายเต้ (อายุ 20 ปี) ทั้งหมดเป็นบุคคลสัญชาติเมียนมาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางรวม 11 รายการ ประกอบด้วย อุปกรณ์ขุดเจาะ (แชลง, สิ่ว), อุปกรณ์ส่องสว่าง, มีด และกระสอบบรรจุภัณฑ์ พร้อมแจ้งข้อหาหนักตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และ พ.ร.บ.ป่าไม้ โดยเฉพาะประเด็นการ บุกรุกพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A และการก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อทรัพยากรแร่และระบบนิเวศต้นน้ำ
บทสรุปและการดำเนินคดี
ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมหลักฐานทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปิล๊อก เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิยืนยันว่าจะใช้ทุกมาตรการ ทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการลาดตระเวนภาคสนาม เพื่อรักษาผืนป่าตะวันตกที่เป็นมรดกสำคัญของชาติไว้ให้ดีที่สุด
