วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มอบหมายให้นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัด เข้าร่วมการประชุมศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ครั้งที่ 3/2568 ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องประชุมชั้น 4 สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ผ่านระบบ Zoom Meeting จากตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) เป็นประธานการประชุมฯ เพื่อการแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างเป็นระบบ ด้วยการนำข้อมูลจากหลายหน่วยงานมาวิเคราะห์ร่วมกัน ในวางแผนการช่วยเหลือที่รวดเร็วและตรงจุด ครอบคลุมทั้งการช่วยเหลือเบื้องต้น การฟื้นฟู และการป้องกันไม่ให้เกิดภัยซ้ำในอนาคต
การประชุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานสำคัญกว่า 10 หน่วยงาน เพื่อติดตามสถานการณ์และวางแผนการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ โดยกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการคาดการณ์สภาพอากาศและเตือนภัยพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) นำเสนอข้อมูลปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและลุ่มน้ำสำคัญ ขณะที่ GISTDA (สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ) นำเสนอภาพถ่ายดาวเทียมแสดงพื้นที่น้ำท่วมขังและแนวโน้มการขยายตัวของน้ำ เพื่อให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือ
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานภาพรวมสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน พร้อมคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจเกิดผลกระทบในระยะข้างหน้า และประเมินแนวโน้มการเข้าสู่สถานการณ์ปกติ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านการเฝ้าระวังภัยธรรมชาติ กรมทรัพยากรธรณี รายงานการติดตามสถานการณ์ดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยง พร้อมระบบการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนล่วงหน้า เพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
ที่ประชุมได้รับฟังรายงานการดำเนินงานช่วยเหลือและฟื้นฟูจากหน่วยงานหลัก ได้แก่ หัวหน้าผู้แทนผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดต่างๆ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รายงานการดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก และสตรีตั้งครรภ์ที่ได้รับผลกระทบ กระทรวงสาธารณสุข รายงานการดูแลสุขภาพอนามัยและป้องกันโรคระบาดในพื้นที่น้ำท่วม ด้านกรมชลประทาน นำเสนอการบริหารจัดการระบายน้ำและการป้องกันน้ำท่วม กระทรวงคมนาคม รายงานสถานะเส้นทางคมนาคมและการซ่อมแซมถนนที่ได้รับความเสียหาย ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและแนวทางฟื้นฟูระบบนิเวศ
การประชุมให้ความสำคัญกับระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับผลกระทบ โดย สำนักงาน กสทช. รายงานสถานะระบบการสื่อสารโทรคมนาคม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รายงานการฟื้นฟูระบบไฟฟ้าในพื้นที่ประสบภัย และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) รายงานการจัดหาน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภคแก่ประชาชน พร้อมแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสรุปข้อมูลสถานการณ์จากการแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1784, 1111 และช่องทางต่างๆ พร้อมการประสานงานช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที ขณะที่กรมประชาสัมพันธ์ สรุปข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อมวลชน ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ เพื่อนำมาปรับปรุงการให้บริการและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชนต่อไป.

