27 กรกฎาคม 2569 — เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และทีมสัตวแพทย์ เร่งเข้าดูแลและรักษา “สีดอทองม้วน” ช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 35–40 ปี ที่พบอาการบาดเจ็บบริเวณโคนขาหลังซ้ายและมีบาดแผลบริเวณเท้า นอกเขตพื้นที่อนุรักษ์ ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี อย่างต่อเนื่อง
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าพบสีดอทองม้วนมีอาการเดินลากขา ไม่สามารถรับน้ำหนักได้เต็มที่ ทีมสัตวแพทย์พร้อมเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ได้ติดตามอาการและวางแผนรักษาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การยิงยารักษา การใส่ยากับผลไม้ ตลอดจนการบินโดรนประเมินอาการ
จนกระทั่งวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 สีดอทองม้วนเริ่มอ่อนแรง และล้มตัวลงนอน ทีมสัตวแพทย์เข้าดำเนินการรักษาโดยเร่งด่วน โดยให้สารน้ำเข้าทางใต้ผิวหนังและเส้นเลือดรวม 37 ขวด ฉีดยาปฏิชีวนะ ยาลดปวด วิตามิน และทำความสะอาดบาดแผล และเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจห้องปฏิบัติการเพื่อวางแนวทางในการรักษา
จากการประเมินอาการล่าสุด วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 พบว่า อาการโดยรวมของช้างป่ายังคงทรงตัว ถึงแม้จะกินอาหารได้ด้วยตนเองแต่ปริมาณอาหารที่ได้รับยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน จึงยังจำเป็นต้องได้รับการติดตามภาวะโภชนาการและการฟื้นฟูสภาพร่างกายอย่างใกล้ชิด ภาวะขาดน้ำลดลงภายหลังได้รับสารน้ำและการรักษาอย่างต่อเนื่อง สีดอทองม้วนได้รับยาปฏิชีวนะ ยาต้านการอักเสบ และวิตามินทางหลอดเลือดดำและทางกล้ามเนื้อครบถ้วนตามแผนการรักษา อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ด้วยตนเอง จึงยังจำเป็นต้องได้รับการประเมินอาการแต่ละช่วง รวมถึงการรักษา และการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมสัตวแพทย์อย่างต่อเนื่อง
นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า “การทำงานในพื้นที่มีความเสี่ยงสูงมาก จึงต้องขอชื่นชมทีมสัตวแพทย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ แม้สภาพพื้นที่และปัจจัยรอบข้างจะมีความเสี่ยง แต่ทุกคนก็ร่วมมือกันเข้าช่วยชีวิตสีดอทองม้วนอย่างเต็มที่ ถึงแม้ปัจจุบันช้างป่าจะยังคงมีอาการทรงตัว กินอาหารได้แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งหลังจากนี้กรมอุทยานฯ จะจัดชุดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการทำงานของสัตวแพทย์ต่อไป”
สำหรับแนวทางการดูแลหลังจากนี้ ทีมสัตวแพทย์ยังคงเข้าประเมินบาดแผล และอาการบาดเจ็บในแต่ละวัน เพื่อปรับการให้ยาและสารอาหารอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของฝูงช้างป่ารอบข้าง เพื่อความปลอดภัยของทีมงานทุกฝ่ายและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป
ข่าว : อัจจิมา
ภาพ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ
