วันที่ 18 มีนาคม 2567 เวลา 10.00 น. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (ออส.) เป็นประธานการประชุมหน่วยงานบูรณาการและติดตามสถานการณ์ไฟป่า พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่หน่วยงานพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดพะเยา ตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยกระดับการปฏิบัติการ โดยให้ไล่ล่ามือจุดไฟและดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าไปเก็บหาของป่าทั้งหมด อีกทั้งให้เพิ่มกำลังสายตรวจปราบปรามจากอุทยานต่างๆ หากพบใครเข้าไปเก็บหาของป่าดำเนินคดีหมด ซึ่งมีนายพุทธพจน์ คูประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า นายสมบูรณ์ ธีรบัณฑิตกุล ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ฯ ณ ห้องประชุม สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 จังหวัดเชียงราย
สถานการณ์ไฟป่าและจุดความร้อน (Hotspot) ในจังหวัดเชียงราย ในปีงบประมาณ 2566 มี Hotspot รวม 7,136 จุด เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปีงบประมาณ 2567 ในช่วง วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 17 มีนาคม 2567 (รอบเช้า) มี Hotspot ปี 2567 รวม 1,294 จุด คิดเป็น 18 % ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการป้องกันไฟป่า รวมถึงการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นายอรรถพล เจริญชันษา ได้สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติงาน ดังนี้ 1.หัวหน้าหน่วยงานสนามต้องจัดทำข้อมูลระดับพื้นที่ พื้นที่ตรงไหนควรเฝ้าระวังพิเศษ ที่ยังไม่เกิดไฟไหม้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา 2.ควบคุมทั้งในส่วนของพื้นที่และการใช้ประโยชน์ ห้ามเข้าพื้นที่เด็ดขาด โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกิดไฟป่าแล้วห้ามเข้าไปเก็บหาของป่าโดยเด็ดขาดเนื่องจากไม่รักษากติกา ซึ่งต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้รับทราบในสถานการณ์ปัจจุบันถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในภาพรวมของประเทศ 3.ต้องป้องกันไฟป่าที่อาจลุกลามจากป่าเต็งรังไปป่าดิบแล้ง เนื่องจากจะควบคุมไฟป่าได้ยากและจะเกิดควันไฟมากขึ้น 4.เร่งจัดทำแพลทเฮลิคอปเตอร์ เพื่อส่งกำลังบำรุงและเสบียงอาหาร 5.การบังคับใช้กฎหมาย ให้หน่วยป้องกันจัดตั้งจุดสกัดคาราวานเก็บหาของป่า หากพบการกระทำผิดให้จับกุมดำเนินคดีทั้งหมด
นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้หัวหน้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทุกพื้นที่ สื่อสารสั่งการแนวทางมาตรการควบคุมไฟป่าให้ลงไปถึงผู้ปฏิบัติทุกระดับให้เข้าใจถึงแนวทางการทำงานและควรจะต้องพูดคุยกับชุมชนให้เหมือนกัน และให้เคร่งครัดเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเอาจริงเอาจังอีกด้วย